วิชาธุรกิจที่ชีวิตจริงเป็นคนสอน The Little Book of Business

หนังสือวิชาธุรกิจที่ชีวิตจริงเป็นคนสอน หรือ The Little Book of Business เล่มนี้ผมได้จากมือของพี่ปิ๊ก เจ้าของเพจ Trick of the Trade พร้อมลายเซ็นในวันที่ไปเป็นกรรมการงาน DIProm ด้วยกันเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ถ้าให้สรุปหนังสือวิชาธุรกิจที่ชีวิตจริงเป็นคนสอนแบบสั้นๆ ก็บอกได้เลยว่า หนังสือเล่มนี้ใครที่คิดจะทำธุรกิจต้องอ่าน และใครที่ทำธุรกิจมาแล้วก็น่าหามาอ่านด้วยเช่นกัน เพราะหนังสือเล่มนี้เปรียบเสมือนทางลัด Short cut ในการข้ามเวลาไปเจอปัญหาที่เรายังไม่เคยเจอมาก่อน ข้ามไปดูว่าถ้าเจอปัญหาแบบนี้จะต้องทำอย่างไร รับมือแบบไหน ซึ่งก็คือการข้ามไปดูประสบการณ์ของพี่ปิ๊ก เจ้าของเพจ Trick of…

Marketing Insight From A to Z เจาะลึกการตลาด จาก A ถึง Z โดย Philip Kotler

สรุปหนังสือ เจาะลึกการตลาด จาก A ถึง Z หรือ Marketing Insight From A to Z ของ Philip Kotler เล่มนี้แม้จะเขียนขึ้นมาตั้งแต่ปี 2004 แต่เชื่อมั้ยครับว่าผมเพิ่งอ่านจบเมื่อปลายปี 2019 นี้เอง และเนื้อหาส่วนใหญ่ก็ยังสดใหม่หรือบอกได้ว่าเป็นความรู้ด้านการตลาดที่อมตะ เพราะแม้จะผ่านมานานถึง 15 ปีแล้วก็ยังมีอะไรให้นักการตลาดอย่างเราได้เก็บเกี่ยวอีกเยอะเลย เพราะอะไรที่เป็นแก่นนั้นไม่มีวันเก่า เพราะเรามักจะหลงลืมกับสิ่งที่เป็นพื้นฐานที่สำคัญมากกันประจำโดยไม่รู้ตัวครับ ที่สำคัญหนังสือเล่มนี้อ่านเข้าใจง่ายมาก เพราะถูกแบ่งออกมาเป็น 80…

5 เครื่องมือสำคัญในการบริหารร้านให้ประสบความสำเร็จ

สรุปหนังสือ 5 เครื่องมือสำคัญในการบริหารร้านให้ประสบความสำเร็จ ที่ว่าด้วยการจัดการร้านอาหารเล่มนี้ เมื่ออ่านจบผมพบว่าต่อให้ไม่ใช่เจ้าของร้านอาหาร หรือไม่ได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับร้านอาหารโดยตรงก็ควรอ่าน เพราะหนังสือเล่มนี้สอนวิธีการบริหารจัดการปัญหาเฉพาะหน้าให้กับร้านค้าต่างๆเอาไปประยุกต์ใช้ในแบบของตัวเองได้ ตั้งแต่การดูต้นทุนให้ออก การรับมือกำลูกน้องที่คุมยาก หรือการทำให้ทีมจากที่ชอบทะเลาะกันหันมาจับมือสามัคคีกัน ดังนั้นหนังสือเล่มนี้จึงเหมาะกับทุกคนที่ผมมั่นใจว่าไม่ว่าใครอ่านก็ต้องสนุกและเข้าใจตามได้ไม่ยาก ที่สำคัญหนังสือเล่มนี้เล่าด้วยภาพ หรือเป็นการ์ตูนครับ ดังนั้นยิ่งอ่านไปก็ยิ่งสนุก และเนื้อหาแต่ละตอนก็สั้นๆไม่ยืดยาวย้วยแต่อย่างไร เริ่มต้นที่ปัญหาของร้านอาหารซักแห่งหนึ่ง จากนั้นพระเอกที่ชื่อว่า มาสะ ก็จะเข้าไปช่วยแก้ปัญหาของแต่ละร้านอย่างไม่เกรงกลัวใดๆ จนสามารถทำให้ปัญหานั้นทุเลาด้วยดีได้ในที่สุด แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะแฮปปี้เอนดิ้งทุกเคสเสมอไป ก็จะมีบางเคสที่เจ้าของร้านหรือผู้จัดการดื้อแพ่งไม่ยอมทำตาม สุดท้ายก็ต้องปิดกิจการปิดร้านของตัวเองไปในที่สุดครับ ผมขอหยิบเนื้อหาบางส่วนในเล่มมาสรุปให้ฟังกัน โดยเป็นปัญหาที่ไม่ต้องเป็นร้านอาหารก็พบเจอได้ทั่วไปแม้แต่ในออฟฟิศสำนักงานก็ตามครับ อย่างการทะเลาะเบาะแว้งกันของพนักงานในบางครั้งก็อาจมาจากการไม่แบ่งหน้าที่ให้ชัดเจน เหมือนร้านอาหารหนึ่งในเล่าที่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างสามีภรรยา ที่ไม่ยอมแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบให้ขาด ทำให้เกิดปัญหาการวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนาๆ จนถึงขั้นเหน็บแนมและด่ากันให้ลูกค้าคนนอกได้ยิ่งในที่สุด…

Contagious ธรรมดาแต่ดังมาก

สรุปหนังสือ Contagious ธรรมดาแต่ดังมาก หน้าปกเค้าบอกว่า..ยิงให้ตรงจุด แล้วคนจะหยุดพูดถึงคุณไม่ได้ ด้วยเคล็ดลับจากหลักสูตรการตลาดยอดนิยมของ Wharton School คนการตลาดหรือคนโฆษณาส่วนใหญ่ แม้กระทั่งเจ้าของแบรนด์หรือร้านอาหารเล็กๆต่างก็พยายามหาทางคิดจนหัวแตกว่า ทำยังไงสินค้าหรือบริการเราจะขายดีติดตลาด กลายเป็นคำพูดติดปากของใครๆเหมือนเค้าบ้างนะ แล้วเค้าที่ว่าน่ะเค้าไหน? ก็เค้าที่เป็นเคสดังๆ word of mouth หรือ viral ดังๆกระหึ่มทั่วบ้านทั่วเมืองนั่นไงล่ะ ถ้าคนพูดถึงเค้ากันมากขนาดนั้นยอดขายมันก็ต้องพุ่งขึ้นเอาๆบ้างหละน่า.. เหรอครับ? ไวรัลไฟลามทุ่งหรือ wom ช่วยให้ขายดีได้ด้วยหรอครับ? ถ้างั้นผมต้องถามว่าคุณวัดมันจากอะไรล่ะ? ไวรัลอาจเป็นกระแสแค่ชั่วข้ามคืน 2-3 วัน ที่ทำให้ทุกคนพูดถึงพร้อมกัน…

Outside In ขายอะไรกำไรแค่ได้ใจลูกค้า

สรุปหนังสือ Outside In หรือ ขายอะไรก็กำไรแค่ได้ใจลูกค้า หัวใจของหนังสือเล่มนี้ว่าด้วยเรื่องของ “ประสบการณ์ลูกค้า” ที่ทำแล้วเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจได้ในระยะยาว และทำให้ธุรกิจนั้นกลายเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งจนยากที่จะเลียนแบบได้ทันที ฟังแบบนี้อาจดูเหมือนว่าหนังสือเล่มนี้เหมาะกับผู้บริหาร หรือนักธุรกิจมากกว่านักการตลาด แต่ความจริงแล้วผมอยากจะบอกว่า หนังสือเล่มนี้เหมาะกับนักการตลาดและคนสายงานโฆษณามากกว่าผู้บริหาร เพราะอย่างที่รู้กันว่า “แบรนด์” นั้นคือสิ่งที่ผู้คนรู้สึก ดังนั้นประสบการณ์ที่ดีจึงเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความรู้สึกที่ดีให้กับแบรนด์นั้น เพื่อจะกลายเป็นแบรนด์ที่ยิ่งใหญ่ในระยะยาว การปรับปรุงประสบการณ์ลูกค้าให้ดีจนไปสู่ยอดขายหรือกำไรบริษัท มีหัวใจหลักอยู่ที่ 3 ขั้นตอน เห็นปัญหา ทำความเข้าใจ และปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น เช่น ครั้งนึง Fedex เคยเริ่มปรับปรุงประสบการณ์ลูกค้าด้วยการ เอากองภูเขาพัสดุที่สุมอยู่ด้านหลังพนักงานออกไปไว้หลังฉากไม่ให้ลูกค้าเห็น…

OVER SUBSCRIBED สร้างธุรกิจที่คนอยากซื้อมาก จนยอมรอต่อคิว

สรุปหนังสือ Over Subscribed เล่มนี้บอกให้รู้ว่าการจะทำให้มีคนอยากรอต่อคิวเป็นลูกค้าคุณนั้นไม่ใช่เรื่องยากเกินไป ด้วยหลักการแนวคิดที่ทำได้จริง พร้อมธุรกิจจริงๆที่ทำได้มาเล่าให้ฟังในเล่ม ตั้งแต่ธุรกิจระดับโลกอย่าง Apple ที่เคยมีคนต่อคิวรอหน้าร้านก่อนวางขายจริงล่วงหน้าหลายวัน หรือธุรกิจเล็กๆอย่างร้านพิซซาเล็กๆแต่กลับมีคนรวยๆมายืนต่อคิวกินร้านเล็กๆแห่งนี้มากมาย คุณเคยมั้ยครับ ที่สงสัยว่าทำไมร้านนั้นถึงลูกค้าเยอะจัง ทำไมคนถึงอยากได้ของเค้าจังทั้งที่เราก็ขายคล้ายๆกันแถมยังถูกกว่าอีก หนังสือเล่มนี้มีเคล็ดลับบอกให้คุณฟัง ว่าจะทำยังไงให้คุณเองก็เป็นธุรกิจแบบนั้นได้ เริ่มต้นง่ายๆเลยครับ คือคุณต้องเริ่ม “ปฏิเสธลูกค้า” อ่านถึงตรงนี้คุณอาจจะตกใจว่า “จะให้ปฏิเสธลูกค้าเนี่ยนะ บ้าไปแล้ว เงินทั้งนั้น ไม่เอาก็บ้าแล้ว” ใช่ครับ ถ้าคุณอยากให้มีคนมารอต่อคิวเป็นลูกค้าของคุณ ไม่ว่าคุณจะขายสินค้าหรือบริการต้องเริ่มจากการปฏิเสธ เพราะการปฏิเสธหมายถึงมีคนนึงได้ และมีคนนึงที่ไม่ได้ เหมือนเรื่องของที่ปรึกษาคนหนึ่งในเล่ม ที่เลือกจะปฏิเสธไม่ขายชั่วโมงให้คำปรึกษาทุกคน…

100 กลยุทธ์ ติดอาวุธเพิ่มยอดขาย

ผมว่าหนังสือเล่มนี้เป็นคู่มือการตลาดและเพิ่มยอดขาย ที่ Sale และ Marketing ทุกคนควรมีไว้อ่านอย่างน้อยวันละตอน เพราะเป็นหนังสือที่รวมรวบ 100 กลยุทธ์ที่สามารถเอาไปประยุกต์ใช้ได้ไม่รู้จบ พร้อมตัวอย่างประกอบแต่ละตอนที่เข้าใจง่าย ต่อให้คุณไม่ได้อยู่บริษัทใหญ่เป็นแค่พ่อค้าแม่ขายทั่วไปก็ยังเอาไปประยุกต์ใช้ได้ไม่ยากเลยครับ แก่นของหนังสือเล่มนี้คือการทำยังไงให้คนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักร้านเรากลายมาเป็นลูกค้าประจำของร้านเราให้ได้ ผู้เขียนบอกว่าการทำให้คนบอกต่อนั้นเป็นเรื่องยากเกินไป แต่ถ้าเราทำให้คนๆนึงรักแบรนด์หรือร้านเราได้มากพอถึงเวลาใครถามเค้าก็จะบอกต่อเป็นโฆษณาฟรีให้เราเองครับ Mind Share คือชื่อหลักการที่ว่า โดยแบ่งลูกค้าออกเป็น 7 ขั้น เริ่มตั้งแต่ลูกค้าที่ยังไม่รู้จักร้านเรามาก่อน เราก็ต้องทำให้เค้ารู้จักร้าน พอเค้ารู้จักร้านแล้วเราก็ต้องหาทางให้เค้าเข้ามาลองใช้บริการเราดูซักครั้ง จากนั้นเราก็ต้องหาทางทำให้เค้ากลับมาที่ร้านอีกครั้งให้ได้ พอเราทำให้เค้ากลับมาที่ร้านอีกครั้งได้ เราก็ต้องหาทางทำให้เค้าอยากลับมาร้านเราประจำ จนทำให้เค้ากลายเป็นลูกค้าประจำ และสุดท้ายคือทำให้เค้าเป็นแฟนประจำของร้านเรา ขนาดที่ว่าต่อให้มีร้านอื่นที่ขายสินค้าหรือบริการที่ใกล้เคียงกันในราคาที่ถูกกว่า ก็ยังเลือกที่จะเข้าร้านเราแทนร้านอื่นนั่นแหละครับ…

กฏ 26 ข้อ สู่การเป็นร้านยอดนิยม

สรุปหนังสือ กฏ 26 ข้อ สู่การเป็นร้านยอดนิยม สุดยอดกลยุทธ์จัดการร้านอาหาร ฉบับการ์ตูนเล่มนี้เป็นหนังสือที่ไม่ใช่แค่ให้ความรู้เรื่องการจัดการร้านอาหารที่ดีมากเท่านั้น แต่ยังให้ความรู้เรื่องการจัดการลูกค้า การจัดการพนักงาน รวมถึงการจัดการตัวหัวหน้างานเองด้วย เพราะแก่นใจความสำคัญคือการจัดการ ถ้าเข้าใจที่แก่นแล้ว จะเอาไปประยุกต์ใช้กับอะไรก็ได้ ไม่ใช่แค่ร้านอาหารเท่านั้น เช่น การดึงลูกค้าเก่าให้กลับมา หรือพูดให้เท่ห์ขึ้นอีกหน่อยก็คือ CRM ดีๆนี่แหละ ถ้าเป็นร้านอาหารขนาดเล็ก ก็อย่าลืมขอที่อยู่เพื่อติดต่อลูกค้ากลับไป เพราะการชวนลูกค้าเก่าที่เคยประทับใจกลับมานั้น ง่ายกว่าการหาลูกค้าใหม่ให้เข้ามาลองเยอะ ถามกลับมาที่นักการตลาดวันนี้ คุณเก็บข้อมูลติดต่อลูกค้าตัวจริงไว้บ้างมั้ย แล้วเคยส่งอะไรที่เป็นประโยชน์กลับไปให้ลูกค้าจริงๆมั้ย ไม่นับพวก EDM หว่านๆส่งไปทั่วนะครับ แต่คุณรู้จักลูกค้าตัวจริงๆของคุณมั้ย…

Youtility การตลาดที่ดีเริ่มต้นที่การให้

สรุปอย่างย่อ ผมว่าหนังสือเล่มนี้เป็นส่วนผสมของ Content Marketing, Realtime Marketing, Social Media และ Digital Value Transformation ใจความหลักคือการทำยังไงให้เป็นประโยชน์กับคนบนออนไลน์ ทำไมต้องคนบนออนไลน์ เพราะในวันนี้แทบไม่มีใครไม่ออนไลน์ คนไทยกว่า 50 ล้านคนใช้เฟซบุ๊ก ผมว่าอีก 20 ล้านที่ไม่ใช่น่าจะเป็นเด็กน้อยเกินกว่าจะมี Account หรือไม่ก็คนเฒ่าคนแก่มากๆอย่างยายผมที่อายุ 9x ปีแล้วและตาเป็นต้อจนมองทีวีแยกไม่ออกไหนพี่เบิร์ด ไหนลุงตู่ ดังนั้นการตลาดในวันนี้หัวใจสำคัญคือการทำยังไงที่จะช่วยเหลือคนบนออนไลน์ด้วยความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญที่ตัวเองมี ดังนั้นการตลาดในวันนี้ไม่ใช่การเที่ยวตะโกนให้คนเข้ามาซื้อ แต่คอยฟังเสียงกระซิบเล็กๆของคนมากมายที่มีปัญหา…

ถ้าอยากขายซุป ต้องขายขนมปังด้วย

ขายยังไง? ทุกวันนี้คุณขายสินค้าหรือบริการของคุณยังไงบ้าง หลายครั้งเรามักติดภาพกรอบความคิดเดิมๆของสินค้าและบริการนั้น จนเราลืมไปว่ามันยังมีวิธีอื่นที่เราจะ “ขายมันใหม่” ออกไปได้อีกมากมาย ตัวอย่างการ “หาวิธีขายใหม่” ที่น่าสนใจจนกลับมาเพิ่มยอดขายได้จริงในเล่มนี้ เรื่องแรกก็คือชื่อหนังสือเลยครับ เอาขนมปังมาช่วยขายซุปถ้วยเดิม เรื่องมันมีอยู่ว่า คนอร์คัปซุป(ที่ญี่ปุ่น) ประสบปัญหาราคาวัตถุดิบเพิ่มขึ้นในช่วงปี 2005-2008 เหมือนกับผู้ผลิตรายอื่นๆ ก็เลยพยายามแก้เกมส์ครั้งแรกด้วยการชูจุดขายว่า นี่คือซุปที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพดีจากในประเทศจากเกาะฮอกไกโดเท่านั้น โดยคาดหวังว่าความเป็นชาตินิยมของญี่ปุ่นจะกลับมากระตุ้นยอดขายให้ตัวเอง แต่ผลที่ได้คือเปล่าเลยครับ ยอดขายไม่กระเตื้องแถมยังเปลืองงบโฆษณาอีกต่างหาก ผู้เขียนก็เลยออกไปสำรวจกลุ่มลูกค้าตัวจริงแล้วพบว่า คนส่วนใหญ่กินเป็นมื้อเช้า แต่คนที่กินมื้อเช้าส่วนมากชอบกินขนมปัง คนส่วนใหญ่ที่กินคนอร์คัปซุปเป็นมื้อเช้านั้นชอบกินกับขนมปัง เพราะทำให้อร่อยขึ้นเยอะ แต่คนที่กินขนมปังกลับไม่เคยกินกับคนอร์คัปซุป ก็เลยเกิดเป็นไอเดียการชูจุดขายใหม่ว่าจะ “ปังจุม” หรือ…

ปีก่อนคุณอ่านหนังสือกี่เล่ม ?