บ้านเล็กจัดให้ใหญ่ 3

สรุปหนังสือ บ้านเล็กจัดให้ใหญ่ 3 หนังสือที่คนเพิ่งซื้อบ้านควรอ่าน และคนที่ชอบแต่งบ้านควรมีติดบ้านไว้ เพราะหนังสือเล่มนี้จะให้ความรู้กับเทคนิคดีๆ ในการจัดบ้านที่มีพื้นที่จำกัด ให้มีพื้นที่ใหม่เพิ่มเติม ไปจนถึงรู้ว่าควรวางอะไรไว้ตรงไหนอย่างไร เพื่อให้เราได้ใช้ชีวิตในบ้านได้สะดวกสบายขึ้น ในฐานะที่ผมได้อ่านหนังสือบ้านเล็กจัดให้ใหญ่มาแล้ว 2 เล่มก่อนหน้า ดังนั้นเล่มที่ 3 จึงไม่พลาด ลองมาดูเทคนิคการจัดบ้านให้น่าอยู่ขึ้นบางข้อนะครับ ทำซ้ำ 3 ครั้ง การเลือกเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านให้เป็นตีมเดียวกัน สีเดียวกัน มู้ดเดียวกัน อย่างน้อย 3 ชิ้น จะทำให้ห้องนั้นของเรา หรือบ้านนั้นของเราดูดีขึ้น เพราะห้องจะไม่หลุดตีมด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่หลากสไตล์เกินไป ดังนั้นถ้าใครจะซื้อของแต่งบ้าน…

อ่านแบบก่อสร้างให้เป็น

อ่านแบบก่อสร้างให้เป็น เป็นหนังสืออีกเล่มที่แนะนำให้เจ้าของบ้านควรหามาอ่านติดบ้านไว้ เพราะเรื่องบ้านไม่ใช่เรื่องบ้านๆอย่างที่เคยคิดกัน บ้านหนึ่งหลัง เต็มไปด้วยรายละเอียดมากมาย ส่วนที่มองเห็นได้ของบ้านเป็นแค่ส่วนเล็กๆของบ้านทั้งหลัง เพราะส่วนที่มองไม่เห็นของบ้านนั้นกลับเป็นส่วนประกอบมากมาย ไม่ว่าจะระบบไฟฟ้า ระบบสุขาภิบาล หรือแม้แต่กระทั่งระบบเสาเข็ม บรรดา หรือหลังคาก็ตาม หนังสือเล่มนี้ผู้เขียนเปรียบเทียบได้น่าสนใจว่า เป็นเสมือนคู่มือเรียนรู้ภาษาบ้าน ภาษาของช่างของวิศวกร เพื่อที่ว่าวันหนึ่งที่คุณจะต้องยุ่งกับบ้าน คุณก็จะสามารถพูดภาษาเดียวกับเค้าได้ เปรียบให้ง่ายอีกนิด ก็เหมือนถ้าคุณไม่รู้ภาษาอังกฤษ แต่คุณต้องคุยกับคนอังกฤษด้วยความจำเป็น ก็คงจะลำบากไม่น้อย เพราะกว่าจะเข้าใจกันได้ก็คงมีการเข้าใจผิด หรือเข้าใจไม่ตรงกันมากมาย มีสองเรื่องน่าสนใจในเล่มที่ผมไม่เคยรู้ เรื่องแรกคือเรื่องสีฟ้า สีฟ้า แต่เดิมนั้นไม่เคยมีชื่อเรียกสีนี้ในบ้านเรา แต่เดิมทีสีฟ้าเราคนไทยจะเรียกว่าสีเขียว เหมือนกับคำว่า สุดหล้าฟ้าเขียว…

อะไรไม่จำเป็นก็ทิ้งไป

นั่นซิครับ อะไรไม่จำเป็นก็ทิ้งไปจริงๆนะครับ หนังสือเล่มนี้ไม่ได้สอนให้เรา “ทิ้ง” แต่สอนให้เรา “เลือก” เฉพาะอะไรที่จำเป็นหรือสำคัญในชีวิตเราเท่านั้น เพราะทุกวันนี้เราเต็มไปด้วยสิ่งไม่สำคัญกับชีวิตเรามากมาย ที่ทั้งดึงพลังงาน ดูดเวลา ทำให้เราเสียสมองหมดแรงกับเรื่องที่ไม่สำคัญอยู่แทบทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นข่าวคราวอัพเดทประจำวันที่ไม่ค่อยสำคัญกับชีวิตเราเท่าไหร่ เอาง่ายๆเราไม่รู้ก็ไม่ได้ทำให้เราโง่ขึ้นหรอกครับ แต่ในทางกลับกันยิ่งรู้มากขึ้นเรื่องพวกนี้กลับยิ่งแย่งชิงพื้นที่ในสมองและความสนใจจากเราไปจากสิ่งที่เราควรจะสนใจมากกว่า ใจความสำคัญของเล่มนี้พูดถึง “ข้าวของ” ต่างๆที่เราพยายามซื้อมาด้วยเงินที่เราพยายามหาให้ได้มากขึ้น ทั้งๆที่ข้าวของทั้งหลายกว่า 90% ในชีวิตเราที่เรามีนั้น เราไม่มีมันก็มีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ลำบากขึ้นเท่าไหร่เลย แถมบางทีอาจทำให้เราสบายขึ้นด้วยซ้ำ เพราะเราไม่ต้องคอยเก็บกวาดดูแลรักษา จนไม่รู้ว่าในที่สุดเรา เราเป็นเจ้าของมัน หรือมันเป็นเจ้าของเรากันแน่ เพราะเรามักคิดเหมือนกันว่า การเป็นเจ้าของนั้นคือการได้มา แต่เปล่าเลยครับ ความจริงแล้วการเป็นเจ้าของที่แท้จริงคือการพร้อมจะทิ้งมันไปต่างหาก…

99เรื่องต้องรู้ก่อนมีบ้าน

และต่อให้มีบ้านแล้วก็ควรต้องอ่าน เพราะเชื่อได้เลยว่าหลายเรื่องเจ้าของบ้านไม่เคยรู้มาก่อนเลย อย่างผมมีบ้านของตัวเองมา 3 ปีแล้ว ใน 99 เรื่องผมกลับรู้ไม่ถึงสิบเรื่องด้วยซ้ำ วันนี้เลยขอหยิบยกบางเรื่องเอามาเล่าให้คนที่อยากมีบ้าน กำลังจะมีบ้าน และมีบ้านแล้ว ได้อัพเดทความรู้เอาไว้ ซี่กุญแจต้องหงายขึ้น…นึกภาพเวลาเรากำลังจะเข้าบ้านแล้วหยิบกุญแจจะเสียบเข้าลูกบิดประตูบ้านนะครับ ทีนี้ดูที่ลูกกุญแจของเราว่าตอนที่เรากำลังจะเสียบเข้ารูกุญแจเพื่อปลดล็อคบ้านนั้น มันจะมีสองด้าน ด้านที่เรียบๆกับด้านที่เป็นซี่ๆแบบฟันปลา การติดกุญแจประตูที่ถูกต้องนั้นต้องให้เราหันด้านซี่แหลมๆของลูกกุญแจขึ้นด้านบนเวลาจะไขเข้าประตูบ้านทุกครั้ง เพราะจะช่วยยืดอายุของสปริงในรูกุญแจให้ใช้ได้ยาวนานที่สุด กุญแจเขาควายดีกว่า…ถ้าไม่เห็นภาพประกอบก็คงจะงงได้ไม่ยาก แต่คิดภาพง่ายๆตามผมนะครับ กุญแจประตูส่วนใหญ่มีสองแบบที่เราคุ้นๆกัน คือแบบลูกบิดที่ใช้กันเป็นประจำ กับแบบเป็นก้านออกมาให้เราบิด กุญแจเขาควายคือแบบก้านครับ และที่ผู้เขียนแนะนำแบบนี้เพราะมันง่ายต่อการใช้งานกว่า เพราะแม้มือของคุณจะไม่ว่างบิดเพื่อเปิดเพราะหอบหิ้วของมาเต็ม ก็สามารถใช้ข้อศอกหรือแขนกดกุญแจแบบเขาควายเพื่อเปิดประตูได้ ดีใจที่กุญแจที่บ้านทางโครงการติดตั้งแบบนี้ให้หมดทุกห้องเลย บานเลื่อนอากาศรั่ว…ถ้าเราสังเกตุดูเวลาไปดูบ้านตามโครงการใหม่ๆ จะเห็นว่ามักติดตั้งประตูหรือกระจกบานเลื่อนไว้รอบบ้าน…

ปีก่อนคุณอ่านหนังสือกี่เล่ม ?