South East Asia

Read more
  • 14/01/2020
  • 0

กรุงเทพฯ มาจากไหน? ตอนที่ผมเห็นหนังสือเล่มนี้ก็ทำให้ต่อมอยากรู้และอยากอ่านผมโตจนแทบระเบิดแล้ว เพราะคำถามนี้ทำให้ผมถามกับตัวเองว่า “เออ นั่นดิ แล้วกรุงเทพฯ มาจากไหนวะ?” หรือจริงๆ แล้วต้องถามใหม่เป็นว่า “กรุงเทพฯ กลายมาเป็นกรุงเทพฯ ได้อย่างไร?” และจากต่อมความอยากรู้ที่โตมากก็ทำให้ผมคว้าโดยไม่ลังเล และยิ่งได้เห็นว่าคนเขียคือคุณสุจิตต์ วงษ์เทศ อีกหนึ่งนักเขียนเรื่องแนวประวัติศาสตร์ชาวบ้านมากๆ ก็ยิ่งทำให้ผมควักเงินซื้อเร็วกว่าหนังสือเล่มอื่นอีกก็ว่าได้ครับ ดังนั้นถ้าให้สรุปหนังสือกรุงเทพฯ มาจากไหนก็บอกได้เลยว่า กรุงเทพฯ ที่เราอยู่ทุกวันนี้นั้นมาจากทะเล คุณอาจกำลังงงว่า “มาจากทะเล? หมายความว่าอย่างไร” ก็หมายความว่าแต่เดิมทีพื้นที่กรุงเทพคือผืนน้ำท้องทะเล...

Read more
  • 27/04/2019
  • 0

หนังสือเล่มนี้สรุปภาพอนาคตจากสิ่งที่เป็นในวันนี้ บวกกับการคาดการณ์จากความรู้ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่หลากหลายของผู้เขียน ดร. สันติธาร เสถียรไทย ชายผู้ใช้คำว่า “อิจฉริยะ” ก็น่าจะน้อยไป แต่ขอโทษด้วยเพราะผมไม่สามารถหาคำไหนที่ดีกว่านี้ได้ในตอนนี้ ถ้าใครสนใจใคร่รู้ว่าในอนาคตอันใกล้จะเกิดอะไรขึ้น ควรอ่านหนังสือเล่มนี้ และถ้าใครสนใจว่าอนาคตที่ไกลออกไปจะมีรูปร่างหน้าตาประมาณไหน ก็ไม่ควรพลาดหนังสือเล่มนี้ หนังสือเล่มนี้ทำให้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น และสิ่งที่น่าจะเกิดขึ้น รวมถึงจะมีอะไรบ้างที่จะดับสูญหายไปตามกาลเวลา เพราะสิ่งที่แน่นอนคือความไม่แน่นอน นี่ไม่ใช่แค่หลักธรรมของพุทธ แต่เป็นสัจธรรมของจักรวาล ขนาดดาวฤกษ์ดวงใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ยังดับสูญสลายหายไปเป็นหลุมดำได้ นับประสาอะไรกับเศษเสี้ยวฝุ่นธุลีเล็กๆเช่นมนุษย์เรา ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาบทสรุปของหนังสือเล่มนี้ ขอผมเล่าให้คุณฟังหน่อยว่า ดร....

Read more
  • 17/12/2018
  • 0

เป็นหนังสือเรื่องเล่าจากบันทึกนักเดินทางชาวฝรั่งเศษผู้มาสำรวจเมืองสยาม กัมพูชา ลาว และอินโดจีนตอนกลางส่วนอื่นๆ เมื่อกว่า 160 ปีก่อน เป็นหนังสือที่อ่านสนุกกว่าที่คิดแม้หน้าปกจะดูคร่ำครึชวนเบื่อ แต่เรื่องราวการเดินทางของเค้ากลับสนุกแปลกใหม่เปิดมุมมองที่ไม่เคยคิด และเรื่องราวของเมืองไทยและเพื่อนบ้านไกล้ตัวที่ไม่เคยรู้มากมาย.. ..อ็องรี มูโอต์ กล่าวถึงคนสยามตามมุมมองคนนอกอย่างตรงไปตรงมาว่าประมาณว่า “ชาวสยามดูเป็นคนซื่อๆ โหนกแก้มสูง แลดูเกรียจคร้านไม่ใส่ใจการงาน แค่หุงข้าวกินหนึ่งถ้วยกับเครื่องชูรสเล็กน้อยก็สามารถนอนหรือเล่นสนุกมีความสุขได้ทั้งวัน” นี่คือคนไทยในสายตาฝรั่งเมื่อกว่า 160 ปีก่อน แต่เค้าก็พูดถึงข้อดีของคนสยามสมัยนั้นว่า “แลดูเป็นคนใจดีมีน้ำใจ รักญาติมิตรพี่น้อง เวลามีปัญหาอะไรกันก็จะร่วมกันรวมหัวแก้ไขให้ลุล่วงไปด้วยดี หรืออย่างน้อยก็ผ่อนหนักเป็นเบาร่วมกันให้ผ่านพ้นไปได้” พอนึกถึงปัจจุบันนี้ไม่แน่ใจว่าลักษณะนี้ในสังคมไทยยังเหลือมากน้อยแค่ไหนกัน.....