Quirkology เปลี่ยนมุมคิดด้วยจิตวิทยาภาคพิศดาร

โดย Richard Wiseman หนังสืออีกเล่มสำหรับคนที่ชอบเรื่องจิตวิทยาหรือเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมโดยเฉพาะ และก็เหมาะสำหรับคนทำการตลาดทั้งหลายด้วยนะ..

..แต่ถ้าคนที่อ่านหนังสือแนวนี้มาเยอะแล้วอาจจะพบว่าหลายบทในเล่มนี้เหมือนกับหลายๆเล่มที่เคยอ่านผ่านมาทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Malcolm Gladwell หรือ Dan Ariely และนักเขียนด้านนี้คนอื่นๆอีกหลายคนที่ผมจำชื่อไม่ได้ แล้วหนังสือเล่มนี้สนุกตรงไหนล่ะ..

..มันสนุกตรงที่ผู้เขียนไปศึกษาติดตามพฤติกรรมแปลกๆของคนเราออกมาเป็นผลลัพธ์ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นคนเราจะเดินช้าลงโดยไม่รู้ตัวเมื่อถูกป้อนความคิดเรื่องความแก่ชราลงไปก่อนหน้านั้น อาจจะด้วยการอ่าน พูด หรือทำแบบสอบภาม จะเห็นว่าคนเรานั้นสามารถูกชี้นำความคิดได้ง่ายๆ..

..แต่หัวข้อที่ผมรู้สึกชอบมากที่สุดในเล่มนี้เป็นเรื่องของ “มุขตลก” ผู้เขียนพยายามค้นหาว่ามีมั้ยนะมุขตลกที่เป็นสากลของโลกนี้ ที่สามารถทำให้คนทุกคนบนโลกขำได้หมด ปรากฏว่าไม่มีครับ

เพราะแม้แต่มุขที่ตลกที่สุดจากการโหวตจากคนหลายแสนคนทั่วโลก จากหัวข้อมุขตลกกว่าหมื่นมุขที่มีคนส่งเข้ามา พบว่าได้คะแนนเพียง 55% เท่านั้น แต่สิ่งที่น่าสนใจคือมุขตลกเหล่านี้มีโครงสร้างหรือรูปแบบที่เกือบจะแน่นอน..

..Sigmund Freud เองสามารถสรุปออกมาเป็นสมการที่ผมอ่านแล้วยังปวดหัว แต่ผมสามารถสรุปให้ง่ายกว่านั้นอีกก็คือคนเรามักตลกกับการรู้ว่าคนอื่นโง่กว่า..

..เพราะมันทำให้คนเรารู้สึกเหนือกว่าคนหรือสัตว์ในมุขนั้นโดยธรรมชาติของเรา เพราะการเหนือกว่าหมายถึงการสามารถแผ่ขยายเผ่าพันธ์ได้มากกว่าตั้งแต่สมัยโบราณ นิสัยนี้ยังคงติดตัวมนุษยชาติเราไปอีกนานแสนนานทีเดียว..

..สุดท้ายผมขอยกตัวอย่างมุขตลกที่ได้คะแนนโหวตสูงสุดจากการทดลองจากคนทั่วโลกมาให้ดูกันแล้วกันนะครับ เรื่องมีอยู่ว่า..

..นักล่าสัตว์ 2 คนอยู่ในป่า จู่ๆคนหนึ่งเป็นลมหมดสติไป ดูเหมือนว่าจะหายใจไม่ออกและตาลอยๆ ชายอีกคนจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วโทรแจ้งเหตุฉุกเฉิน

เขาพูดอย่างกระหืดกระหอบว่า “เพื่อนผมตายแล้ว! ผมจะทำยังไงดี”

พนักงานรับโทรศัพท์ตอบว่า “ใจเย็นๆค่ะ ดิฉันช่วยคุณได้ ก่อนอื่นต้องแน่ใจว่าเขาตายแล้วจริงๆ”

เงียบไปครู่หนึ่งก็มีเสียงปืนดังขึ้น

ชายคนนั้นกลับมาพูดใส่หูโทรศัพท์ว่า “โอเค แล้วไงต่อ”

คุณขำมั้ยไม่รู้แต่ผมรู้ว่าผมหลุดขำกลางร้านกาแฟเลยล่ะ..

ขอต่ออีกเรื่องแถมให้ตัวเองแล้วกัน

อันนี้เป็นเรื่องของเชอร์ล็อก โฮล์มส์ กับ ดร.วัตสัน คู่หูของเขา

เชอล็อก โฮล์มส์ และ ดร.วัตสันไปออกค่ายพักแรมกัน พวกเขากางเต็นท์อยู่ภายใต้ดวงดาวพร่างพราวบนท้องฟ้า จากนั้นก็เข้านอน แต่แล้วโฮล์มส์ก็ปลุกวัตสันให้ตื่นขึ้นมากลางดึกและบอกว่า “วัตสัน นายมองดาวบนท้องฟ้าสิ แล้วบอกฉันว่าเห็นอะไร”

..วัตสันตอบ “ฉันเห็นดาวเป็นล้านๆดวง”

โฮล์มส์จึงถามว่า “แล้วนายคิดว่ายังไงต่อ”

..วัตสันตอบ “ถ้ามีดาวหลายล้านดวง และมีบางดวงเป็นดาวเคราะห์ แสดงว่าน่าจะมีดาวเคราะห์บางดวงที่เหมือนโลก และถ้ามีดาวอีกดวงที่เหมือนโลก แสดงว่าอาจมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ก็ได้”

โฮล์มส์บอกว่า “เจ้าโง่วัตสัน ที่เรามองเห็นดาวก็เพราะเต็นท์ถูกขโมยไปแล้วต่างหากล่ะ”

บอกตรงๆผมขำจนคนในร้านยังมองเลยเรื่องนี้ 

Richard Wiseman เขียน
สำนักพิมพ์ WeLearn

อ่านเมื่อปี 2017