Unthink หลอกสมองให้ไม่ต้องคิด

เป็นหนังสือเกี่ยวกับจิตวิทยาและพฤติกรรมของคน ที่เอาไปประยุกต์ใช้กับการตลาดและชีวิตประจำวันได้หลายเรื่อง

ถ้าใครที่ชอบอ่านแนวเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม จิตวิทยา หรือจิตวิทยาสังคม แล้วอยากรู้ให้ลึกขึ้นอีกระดับ ผมแนะนำเล่มนี้

เนื้อหาโดยสรุปคือ…เรามักคิดว่าเราใช้ความคิดอยู่ตลอดเวลา และมีสติในการเลือกหรือตัดสินใจแทบทุกเรื่องในชีวิต

แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เลย เราแทบไม่ได้คิดก่อนจะเลือกเสมอไปอย่างที่เราชอบคิด แต่เราจะคิดเมื่อเลือกไปแล้ว คิดให้เหตุผลหลังเลือก ไม่ใช่เลือกอย่างมีเหตุผล

จากการทดลองในเล่มที่น่าสนใจหลายเรื่อง แต่ขอหยิบบางเรื่องที่เห็นว่าน่าสนใจจริงๆมาสรุปให้ฟังก็แล้วกันครับ

เราไม่ได้หัวใจเต้นแรงเพราะตกหลุมรักใครบางคนเสมอไป แต่บางครั้งเราตกหลุมรักใครบางคนตรงหน้าเพราะหัวใจเรากำลังเต้นแรงอยู่

จากการทดลองที่ให้ผู้ชายหญิงเดินข้ามสะพานสูงที่เชื่อมระหว่างสองผา พบว่าชายหรือหญิงที่เดินข้ามสะพานที่น่าหวาดเสียวนี้มา รู้สึกว่าตัวเองประทับใจฝ่ายตรงข้ามที่รออยู่ปลายสะพานมากกว่าผู้ทดลองอีกกลุ่ม ที่ให้เดินข้ามทางธรรมดาปกติที่ไม่ได้หวาดเสียวไปกระตุ้นการเต้นของหัวใจแต่อย่างไร

ผลคือชายหญิงที่เดินข้ามสะพานสูงที่น่าหวาดเสียวมีอาการทางร่างกายคล้ายกับการตกหลุมรักใครบางคนจนหัวใจเต้นแรง เลยทำให้ปิ๊งกับคนปลายทางจนมีการขอเบอร์ติดต่อกันหลังจากนั้นมากกว่ากลุ่มที่เดินข้ามทางปกติไม่หวาดเสียวกระตุ้นให้หัวใจเต้นแรง

ถ้ารู้แบบนี้แล้วอยากให้ใครซักคนตกหลุมรัก ให้พาไปเล่นรถไฟเหาะ หรือดูหนังสยองขวัญแทนหนังรักนะครับเดทหน้า

แถมการใส่เสื้อสีแดงที่สื่อถึงความร้อนแรง ก็ยังทำให้คุณดูน่าสนใจเพิ่มขึ้นอีกด้วย

อันนี้เค้าทดสอบมาแล้ว แต่ก็อย่าถึงขั้นใส่แดงทั้งตัวหรือแดงทั้งแผ่นดินก็พอครับ เดี๋ยวมันจะร้อนจนไหม้

คนเราชอบให้คนอื่นเลียนแบบเรามากกว่าที่คิด

จากการทดลองพบว่าบริการหรือพนักงานบริการตามร้านอาหารที่ทวนออเดอร์ของลูกค้า มีโอกาสได้รับทิปมากขึ้นถึง1 ใน 3 และมียังมีแนวโน้มว่าจะได้รับค่าทิปมากขึ้นกว่าค่าเฉลี่ยถึง 70%

รวมมีการทดลองว่าถ้าฝั่งตรงข้ามทำท่าทางเลียนแบบเราโดยไม่ให้เรารู้ตัว เราก็มีแนวโน้มว่าจะชอบเค้ามากขึ้นโดยไม่รู้ตัวเหมือนกัน

รู้แบบนี้แล้ว เลียนแบบคนที่เราอยากให้เค้าชอบเรากันเถอะครับ ถึงแม้จะไม่ได้ทิปเพิ่มขึ้น ก็คงทำให้การคุยงานกันง่ายขึ้นไม่ร้อยเลย

อยากรู้ว่าใครชอบทำผิดให้สังเกตุว่าล้างมือบ่อยแค่ไหน

จาการทดลองพบว่าเมื่อให้คนคิดถึงเรื่องแย่ๆ หรือเหตุการณ์ร้ายๆที่ตัวเองเคยทำ มีแนวโน้มว่าเค้าจะอยากล้างมือมากกว่าและนานกว่าปกติ รวมถึงตอนที่ให้เลือกของรางวัลตอบแทนหลังการทดลอง ก็มักจะเลือกของที่เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมากกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ให้คิดถึงเรื่องสกปรกที่ตัวเองเคยทำ

น่าเอากล้องไปติดในห้องน้ำรัฐสภาเวลาประชุมนะครับ แล้วคอยดูว่านักการเมืองคนไหนที่ลุกมาล้างมือบ่อยๆและนานๆ น่าจะต้องกำลังล้างความสกปรกในใจอยู่แน่นอน

ความจริงแล้วคนเราถูกชี้นำทางความคิดง่ายมาก

จากการทดลองด้วยการใส่คำว่า “บีบ” ลองไปให้เห็นในวีดีโอตอนกำลังจับมือกับอีกคน คนที่เห็นคำว่า “บีบ” มีแนวโน้มจะบีบมือฝั่งตรงข้ามแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว

หรือจากการทดลองให้คนลองเรียงคำเป็นประโยคว่า ฉันจะประหยัดมากขึ้น เมื่อจบการทดลองผู้ทดลองกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะเลือกของตอบแทนที่มีราคาถูกมากกว่าของแพง แต่มูลค่ารวมเท่ากันนะ

หรือแม้แต่คนเรามักจะเลือกหรือชอบสินค้าที่วางอยู่ทางด้านขวา

จากการทดลองเอาถุงเท้าที่เหมือนกัน 6 คู่มาวางเรียงขายให้ลูกค้าเลือก ผลปรากฏว่าคนส่วนใหญ่เลือกสินค้าทางด้านขวา และบอกว่ายางยืดดีกว่า คุณภาพเส้นด้ายดีกว่า ทั้งๆที่ถุงเท้าทั้ง 6 คู่ผลิตมาจากที่เดียวกัน คุณภาพเดียวกัน

รู้แบบนี้แล้วถ้าอยากให้อะไรขายดี ก็เอาวางไว้ด้านขวานะครับ หรือเอาตัวเองอยู่ด้านขวาของคนที่เราชอบบ่อยๆนะครับ

การช้อปปิ้งตอนท้องว่างจะทำให้เราหมดตัวได้โดยไม่รู้ตัว

เพราะมีแนวโน้มว่าเราจะช้อปมากเกินจำเป็นเมื่อเราหิว เราหิวในความรู้สึก ก็เลยช้อปเพื่อชดเชยความรู้สึกหิวนั้น แม้ในความเป็นจริงจะไม่เกี่ยวข้องกัน แต่อย่างที่บอกครับว่าเราไม่ค่อยรู้เท่าทันจิตใต้สำนึกเราเท่าไหร่

ถ้ารู้แบบนี้แล้วคราวหน้าก่อนจะโชว์ป๋า ก็พาน้องไปกินให้อิ่มก่อนนะครับ แทนที่จะเป็นแอร์เมส อาจจะเหลือแค่ชาแนลใบเล็กก็ได้

รู้มั้ยครับว่าคำไหนที่มักเรียกความสนใจเราได้เสมอ

ชื่อของเราครับ

ต่อให้อยู่ในห้องประชุมหรืองานเลี้ยงเสียงดัง ที่เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยมากมาย แต่ถ้ามีใครที่พูดถึงชื่อเราแทรกขึ้นมาในเสียงเหล่านั้นในความดังที่เท่ากัน หูเราก็จะผึ่งออกไปได้ยินและตั้งใจฟังโดยไม่รู้ตัว

พลังใจก็หมดได้เหมือนพลังกาย

เวลาเราใช้สมองมากๆ เรามักจะไม่ค่อยสมองหรือสติที่จะใช้ในตอนท้ายๆ นี่เลยเป็นเหตุผลให้บรรดาซูเปอร์มาร์เก็ตเอาขนมขบเคี้ยว ช็อคโกแล็ต ไว้ตอนท้ายๆก่อนจะจ่ายเงิน

เพราะเมื่อเราใช้สมองกับสติในการมองหาแชมพู ยาสระผม หรือสบู่ต่างๆแล้ว เราก็จะหยิบของพวกนี้ไปโดยคิดน้อยลงได้ง่ายขึ้น ทั้งที่เราตั้งใจจะไม่ซื้อของอ้วนๆพวกนี้เข้าบ้านเพิ่ม

การออกกำลังกายนอกจากจะได้พลังกายแล้ว ยังได้พลังใจที่แกร่งขึ้นด้วย

เพราะเราต้องใช้ใจที่จะเอาชนะความเหนื่อยล้าของล่างกายพอเราทำบ่อยๆจนออกกำลังกายได้มากขึ้นเรื่อยๆ เวลามีเรื่องที่ต้องใช้สติหรือสมองเยอะๆ เราก็จะสามารถรับแรงกดดันเหล่านั้นได้ดีกว่า เพราะเราผ่านจุดที่ยากในการต่อสู้กับร่างกายมาแล้ว

รู้แบบนี้แล้วพยายามวิ่งเพื่อเอาชนะความขี้เกียจกันเยอะๆนะครับ

การติดรูปครอบครัวที่โต๊ะทำงานทำให้เราทำงานหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว

จากการทดลองพบว่ากลุ่มคนทำงานที่ติดรูปครอบครัวไว้ที่โต๊ะ มักจะอยู่ทำงานดึกกว่าคนทั่วไป

ผมว่าไม่ใช่เพราะแค่รูปครอบครัวหรอก แต่เป็นรูปของเป้าหมายของการทำงานที่คอยย้ำเตือนอยู่เสมอมากกว่า

พอคนกลุ่มนี้มีครอบครัวเป็นเป้าหมาย รูปครอบครัวก็เลยกระตุ้นให้เค้าทำงานหาเงินมากขึ้น แต่ถ้าคุณยังไม่มีครอบครัว แต่อยากทำงานได้มากขึ้นหรือเก่งขึ้น ก็หารูปเป้าหมายของชีวิตคุณในตอนนี้มาติดนะครับ

ถ้าใครอยากเที่ยวรอบโลก ก็อาจจะเป็นภาพประเทศปลายทางก็ได้นะ หรือใครอยากได้รถสปอร์ต ก็อาจเอารูปรถเฟอรารี่มาติดไว้ก็ดีเหมือนกัน

จากตรงนี้เราจะเห็นว่าเราไม่ได้ตัดสินใจหรือทำอะไรอย่างมีสติอยู่ตลอด แต่เราใช้สติในการตรวจสอบการตัดสินใจของเราว่า สังคมจะคิดอย่างไร ยอมรับได้หรือไม่

และสุดท้ายเราไม่ได้เลือกอย่างมีเหตุผล แต่เรามีเหตุผลให้การเลือกเสมอครับ

อ่านแล้วเล่า เล่มที่ 62 ของปี 2018

หลอกสมองให้ไม่ต้องคิด UNTHINK
Chris Paley เขียน
อิฏฐพล ภู่เจริญ แปล
สำนักพิมพ์ Amarin How-To

20180516