inGenius วิชาความคิด ที่คุ้มค่าหน่วยกิตที่สุดในโลก

เป็นหนังสือที่บอกให้รู้ว่า “ความคิด” หรือ “ความคิดสร้างสรรค์” นั้น ไม่ใช่เรื่องของพรสวรรค์ส่วนบุคคล หรือปริศนาธรรมแสนลึกลับที่ไม่สามารถคาดเดาเวลาเกิด หรือแม้กระทั่งไม่สามารถคาดคั้นให้เกิดไอเดียดีๆออกมาได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไอเดียดีๆสามารถสร้างหรือเริ่งได้ ถ้าเรารู้วิธีและขั้นตอนของมัน 

เรามักชอบคิดว่าถ้าอยากได้ไอเดียดีๆ ต้องมีเวลา ต้องมีทรัพยากร ต้องมีบลาๆๆมากพอ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยิ่งมีข้อจำกัด ยิ่งเต็มไปด้วยอุปสรรค กลับยิ่งเต็มไปด้วยไอเดียหรือความคิดที่สร้างสรรค์มากมาย

ยิ่งเวลาน้อย ไอเดียก็ยิ่งออกมาเร็วขึ้น
ยิ่งเงินน้อย ไอเดียก็ยิ่งดีขึ้น
ยิ่งถูกกดดัน ไอเดียก็ยิ่งแข็งแรงขึ้น

Marrisa Mayer อดีตหัวหน้าแผนกพัฒนาผลิตภัณฑ์ของกูเกิล และอดีต CEO ของ Yahoo เคยกล่าวไว้ว่า “ความคิดสร้างสรรค์ชอบข้อจำกัด”

บรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้นำ ผู้บริหารขององค์กรยักษ์ บริษัทระดับโลกทั้งหลาย ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากให้พนักงานของตนมีความคิดสร้างสรรค์เยอะๆ แต่ในความเป็นจริงองค์กรยิ่งใหญ่นี่แหละ ยิ่งฆ่าความคิดสร้างสรรค์หรือไอเดียดีๆก่อนใครเพื่อนเลย…เพราะอะไร?

เพราะบริษัทหรือองค์กรใหญ่ๆมักมี “ความคิด” ที่คล้ายๆกันว่า “ยิ่งใหญ่ยิ่งพลาดไม่ได้” ไม่ว่าจะด้วยการกลัวเสียชื่อเสียง การกลัวผลกระทบทางการเงินที่จะตามมา รวมถึงการกลัวต่างๆอีกมากมาย จนไอเดียดีๆทั้งหลายของคนในองค์กรถูกแช่แข็งทิ้งไว้อยู่เสมอ จนทำให้คนถอดใจที่จะเสนอความคิดใหม่ๆออกมา จนลืมไปว่าเมื่ออดีต ตอนตัวเองเพิ่งก่อร่างสร้างตัวใหม่ๆ ก็ไม่ใช่ด้วย “ความคิดที่แปลกใหม่” หรอกหรือที่ทำให้ตัวเองเป็นยักษ์ใหญ่ได้อย่างทุกวันนี้ 

เรื่องนี้กลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า “กับดักของความสำเร็จ” จนทำให้ไม่ค่อยกล้าขยับไปไหน ได้แต่ขยายให้ตัวอ้วนอุ้ยอ้ายรอกลายเป็นโกไลแอตที่รอเดวิดมาพิชิตไป

แต่ก็ใช่ว่าทุกองค์กรยักษ์ใหญ่ระดับโลกจะคิดแบบนี้หมด ยังมีบริษัทระดับโลกที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลง ล้มลุกคลุกคลาน และผิดพลาดเพื่อเรียนรู้ไปกับความคิดใหม่ๆอยู่เสมอ เช่น Facebook และ Google

พี่มาร์คผู้นำ Facebook ประกาศว่า “เราต้องฆ่าตัวเองก่อนที่ใครจะมาฆ่าเรา” นี่ความคิดขององค์กรที่มีมูลค่าติดท็อปเท็นของโลก เปิดโอกาสให้ความคิดสร้างสรรค์ได้เกิดขึ้นมาจนกลายเป็นที่นิยมมานักต่อนักแล้ว

Google เองก็ใช่ย่อย เราอาจจะพอรู้ว่ามีโปรเจคมากมายหลายร้อยอันที่เป็นอันต้องล้มพับไปของกูเกิ้ลที่ผ่านมา ไม่ว่าจะ Google Glass หรือ Era Phone ที่เคยเป็นกระแส แต่ Google ก็ไม่หยุดที่จะล้มไปข้างหน้าอยู่เสมอ เพราะกูเกิ้ลรู้ว่าถ้าเมื่อไหร่ที่มีหนึ่งสิ่งประสบความสำเร็จ ความผิดพลาดทั้งหมดที่ผ่านมาจะกลายเป็นเรื่องเล็กน้อย

และถ้าความคิดใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครทำนั้นผิดพลาด แต่อย่างน้อยก็ได้เรียนรู้ที่จะทำมันให้ดีขึ้นในครั้งหน้า

Instagram ก็เหมือนกัน เริ่มจากแอพทั่วไปที่ทำได้ทุกอย่างจนค้นพบในตอนหลังว่า คนที่ใช้แอพชอบฟีเจอร์การถ่ายรูปและตกแต่งรูปแบบสำเร็จอย่างง่ายๆ จนทำให้พัฒนาตัวเองกลายเป็นแอพถ่ายภาพลำดับหนึ่งของโลกในวันนี้

สิ่งสำคัญที่ผู้เขียนในฐานะเป็นผู้สอนวิชาความคิดสร้างสรรค์ที่สแตนฟอร์ดคือ “ความคิด” ที่สร้างสรรค์นั้นต้องให้โอกาสและใช้เวลาในการเติบโต เหมือนคนเราก่อนจะวิ่งก็ต้องเริ่มจากคลาน เริ่มจากไต่ เริ่มจากเดิน แล้วถึงค่อยวิ่ง อย่ากลัวที่จะหกล้ม อย่าแปลกใจที่จะผิดพลาด แต่ให้เรียนรู้จากความผิดพลาดเพื่อทำให้ไปได้ไกลขึ้นเรื่อยๆจากจุดเริ่มต้น

นอกจากนั้น “บรรยากาศ” เพื่อกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์นั้นก็สำคัญ ต้องสนับสนุนให้เกิดการร่วมมือ การแลกเปลี่ยน การพูดคุย การใช้ความคิด เพื่อทำให้ไอเดียเกิดออกมาได้เรื่อยๆ ถึงเราจะกำหนดให้ความคิดดีๆออกมาไม่ได้ แต่เราสามารถเพิ่มโอกาสที่จะทำให้ไอเดียออกมาได้

ถ้าคุณเป็นคนนึงที่อยากรู้ว่าความคิดดีๆนั้นเกิดมาได้ยังไง แนะนำหนังสือเล่มนี้อย่างยิง่ครับ

ถ้าคุณอยากให้ลูกน้องหรือคนในองค์กรของคุณในความคิดสร้างสรรค์มากๆ คุณควรอ่านและเอาไปปรับใช้เป็นแนวทางของบริษัทคุณครับ

ถ้าคุณอยากรู้ว่าจะทำตัวเองให้มีความคิดดีๆออกมาเรื่อยๆได้อย่างไร ลองเอาไปอ่านแล้วปรับใช้กับตัวเองดูครับ

สุดท้ายนี้ความคิดสร้างสรรค์ไม่ใช่เรื่องลึกลับหรือปาฏิหาริย์อีกต่อไป เพราะหนังสือเล่มนี้บอกทุกอย่างเกี่ยวกับ “ความคิดสร้างสรรค์” ไว้หมดแล้วครับ

ผู้เขียน Tina Seeling เป็นผู้สอนวิชาความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมที่สถาบันออกแบบ d.school ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และยังเป็นผู้บริหารระดับสูงของหลักสูตรการลงทุนทางเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดด้วย

อ่านแล้วเล่า เล่มที่ 34 ของปี 2018

inGenius วิชาความคิดที่คุ้มค่าหน่วยกิตที่สุดในโลก
Tina Seeling เขียน
พรรณี ชูจิรวงศ์ แปล
สำนักพิมพ์ We Learn

20180325