สำนักพิมพ์มติชน

Futuration เปลี่ยนปัจจุบันทันอนาคต

หนังสือเล่มนี้สรุปภาพอนาคตจากสิ่งที่เป็นในวันนี้ บวกกับการคาดการณ์จากความรู้ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่หลากหลายของผู้เขียน ดร. สันติธาร เสถียรไทย ชายผู้ใช้คำว่า “อิจฉริยะ” ก็น่าจะน้อยไป แต่ขอโทษด้วยเพราะผมไม่สามารถหาคำไหนที่ดีกว่านี้ได้ในตอนนี้ ถ้าใครสนใจใคร่รู้ว่าในอนาคตอันใกล้จะเกิดอะไรขึ้น ควรอ่านหนังสือเล่มนี้ และถ้าใครสนใจว่าอนาคตที่ไกลออกไปจะมีรูปร่างหน้าตาประมาณไหน ก็ไม่ควรพลาดหนังสือเล่มนี้ หนังสือเล่มนี้ทำให้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น และสิ่งที่น่าจะเกิดขึ้น รวมถึงจะมีอะไรบ้างที่จะดับสูญหายไปตามกาลเวลา เพราะสิ่งที่แน่นอนคือความไม่แน่นอน นี่ไม่ใช่แค่หลักธรรมของพุทธ แต่เป็นสัจธรรมของจักรวาล ขนาดดาวฤกษ์ดวงใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ยังดับสูญสลายหายไปเป็นหลุมดำได้ นับประสาอะไรกับเศษเสี้ยวฝุ่นธุลีเล็กๆเช่นมนุษย์เรา ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาบทสรุปของหนังสือเล่มนี้ ขอผมเล่าให้คุณฟังหน่อยว่า ดร. สันติธาร เสถียรไทย คนนี้เป็นใคร ทำไมเค้าถึงคาดการณ์อนาคตได้น่าสนใจขนาดนั้นครับ…

คือลมหายใจไม่ใช่อากาศ ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ 23

คือสิ่งเดียวกันแต่ให้ความสำคัญต่างกัน ด้วยเหตุผลที่ต่างไปของแต่ละคน เช่น รถหรู อาจสำคัญดั่งลมหายใจของใครบางคน ที่ตั้งเป้าให้เป็นเหมือนยอดเขาที่จะไปพิชิตให้ได้ กับอีกคน รถหรู คันนั้นอาจเป็นแค่สิ่งที่ถ้าได้ก็ดี แต่ถ้าไม่มีก็ได้ ของสิ่งเดียวกัน คนนึงให้ค่าดั่งลมหายใจที่ขาดไม่ได้ แต่อีกคนกลับให้ค่าดั่งอากาศ ที่แค่สูดหายใจพอประมาณแล้วก็ผ่านเลยไป เหมือนบางคนที่มีเป้าหมายในชีวิต คือการได้พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ บางคนอีกมีเป้าหมายในชีวิตเป็นบ้านซักหลัง หรือบางคนอาจมีเป้าหมายแค่มีเวลาอยู่กับครอบครัว แต่ละคนมีเป้าหมายแตกต่างกัน แต่ทุกคนล้วนมีเป้าหมายด้วยกันทั้งนั้น ครั้งนึงผมเคยคิดอยากมีชื่อเสียงโด่งดัง ครั้งนี้งผมเคยคิดอยากมีเงินเดือนมากๆ ครั้งนึงผมเคยคิดอยากมีเวลาอยู่กับครอบครัว ครั้งนึงผมเคยคิดอยากไปเป็นผู้ให้ได้มากกว่านี้ ครั้งนี้ผมคิดว่าอยากมีเวลาอ่านหนังสือเยอะๆ เป้าหมายไม่เคยนิ่ง เพราะชีวิตไม่เคยหยุด เวลาและประสบการณ์ทำให้ความคิดเราเปลี่ยนไป เป้าหมายจึงเปลี่ยนตาม บางช่วงตอนในเล่ม…

ชีวิตไม่ใช้ไม่ใช่ชีวิต ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ 21

ถ้าอ่านแค่หน้าปกเผินๆทำให้นึกถึงสโลแกนของช้างเมื่อหลายปีก่อนว่า “ชีวิตใช้ซะ” และก็กลายเป็นสโลแกนที่ใช้กันจนชินหูในหนังโฆษณาสมัยนี้ ล่าสุดไปดูหนังที่โรงก็เห็นโฆษณารถยนต์รุ่นหนึ่งที่บอกว่า “ออกไป…ใช้ชีวิต” ฟังจบปุ๊บอยากวิ่งออกจากโรงไม่ดูมันแล้วหนัง แล้วออกไปใช้ชีวิตเลย.. พูดเล่นครับ ดูจนจบนี่แหละ กลับมาที่หนังสือเล่มนี้ของหนุ่มเมืองจันท์ ทำไมถึงบอกว่า “ชีวิตไม่ใช้ไม่ใช่ชีวิต” เพราะหลายเรื่องราวที่เล่าในเล่มพูดให้เรากล้าที่จะออกนอกกรอบ หรือกล้าที่จะทำตามหัวใจไม่ใช่แค่สมอง แต่ก็ต้องอิ่มท้องด้วยนะครับ เช่น นิ้วกลม บอกให้เด็กคนนึงออกไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือต่างประเทศคนเดียวบ้าง เพื่อแก้โรคไม่มั่นใจในตัวเอง น้องคนนี้เดินเข้ามาปรึกษา เอ๋ นิ้วกลม ว่าทำยังไงดีตัวเองเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเองเอาเสียเลย เอ๋ นิ้วกลม แนะนำไปง่ายๆว่า ออกไปเที่ยวไกลๆคนเดียวครับ เพราะเมื่อไหร่ที่เราต้องเดินทางคนเดียว นั่นหมายความว่าทุกเรื่องเราต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง…

ดีที่สุดในสิ่งที่เป็น ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ 18

“อะไรที่เกิดขึ้นแล้วย่อมดีเสมอ” เป็นการยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น และหาข้อดีในสิ่งที่เป็นอยู่ให้เจอ แม้จะไม่มีข้อดีมีแต่ปัญหา แต่ถ้ารู้จักใช้ปัญญา แก้ปัญหา ก็ย่อมมีโอกาสใหม่ๆตามมาทุกครั้ง เพราะปัญหาคือบิดาของนักประดิษฐ์ และไม่ใช่แค่นักประดิษฐ์ แต่ยังหมายถึงโอกาสของชีวิต และทางธุรกิจมากมายด้วย มีตอนหนึ่งในเล่มที่เปรียบปัญหาในการทำงาน เหมือนกับการทำอาหารด้วยเตาถ่า ตอนจะจุดให้ไฟติดนั้นแสนลำบาก ต้องคอยหาถ่านก้อนเล็กมาเติม มือก็ต้องคอยพัดให้ไฟติด ก็เหมือนกับตอนเริ่มต้นธุรกิจ อะไรก็ยากไปหมด การทำงาน การใช้ชีวิต นั้นมี “สูตร” แต่ไม่มี “สูตรทำเร็จ” ที่ทำตามได้เป๊ะๆแล้วเพอร์เฟ็คเหมือนเค้า แต่ต้อง กะ กะ เอาว่าสูตรที่เรากำลังทำ ใช้กับชีวิตนี้ต้องประมาณไหน…

ปีก่อนคุณอ่านหนังสือกี่เล่ม ?