Stuff Matter วัสดุนิยม

“วัสดุนิยม” ไม่เหมือนกัน “วัตถุนิยม” ถ้าวัตถุนิยมคงไม่ต้องให้นิยามกันอีกเพราะผมเชื่อว่าหลายคนคงพอมีนิยามของคำนี้ในหัวค่อนข้างตรงกันแล้ว แต่ไอ้ “วัสดุนิยม” นี่หล่ะคืออะไร?

“วัสดุนิยม” ในคราวนี้ผมคิดว่ามาจากผู้เขียน Mark Miodownik ที่เป็นคนคลั่งใคล้ในวัสดุต่างๆรอบตัว เรียนกว่าเข้าขั้นหมกมุ่นมากกกกกก ถ้าถามว่าหมกมุ่นขนาดไหน ก็ตอบได้เลยว่าขนาดว่าเอามาทำเป็นสำมาอาชีพ จบปริญญาเอกด้านนี้ ทำงานเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ จนได้รับการยกย่องจาก Time ว่าเป็น 1 ใน 100 นักวิทยาศาสตร์ผู้ทรงอิทธิพลยุคใหม่ (ประมานนี้นะถ้าจำไม่ผิด พอดีไม่ได้ติดหนังสือไว้ตอนเขียน)

ดูเหมือนจะเป็นหนังสืออ่านยากใช่มั้ยครับ ฟังดูว่าวิทยาศาสตร์ นักวิจัย อะตอม ควอนตัมฟิสิกส์ บลาๆ แต่ความเป็นจริงเนื้อหาทั้งหมดในเล่มนี้ไม่ใช่อะไรไกลตัวอย่างที่นึก แต่กลับเป็นเรื่องไกล้ตัวทั้งหมดมากกว่าที่จะคิดออก ไกล้จนเราจับมันเข้าปากทุกวันโดยไม่รู้ตัวนั่นก็คือช้อนอะลูมิเนียมนั่นเอง กว่าจะเป็นช้อนอะลูมิเนียมที่เป็นเหล็กประเภทหนึ่งได้ มนุษย์นั้นต้องลองผิดลองถูกมามากมายกว่าเหล็กจะกลายเป็นของรอบตัวที่เราไม่เคยมองมันอีกเลย

และที่สำคัญใครจะเชื่อว่าหนังสือทั้งเล่มหนากว่า 300 กว่าหน้าจะเขียนมาจากภาพๆเดียวแล้วกลายเป็นเรื่องราวที่เชื่อมโยงของวัสดุไกล้ตัวทั้งหมดได้ ยกความเก่งกาจในการเล่าเรื่องให้กับพี่เค้าเลย ทุกบทเริ่มต้นด้วยภาพๆเดียวที่ผู้เขียนนั่งอยู่บนดาดฟ้าบ้านตัวเองในเมืองลอนดอน จนกลายออกมาเป็น 10 บทสำคัญของวัสดุนิยมดังนี้

เหล็ก / กระดาษ / คอนกรีต / ช็อคโกแลต / โฟม / พลาสติก / กระจก / 

ผมขอสรุปเกล็ดความรู้น่าสนใจมาให้ฟังกันแล้วกันนะครับ

สุดทรหด(เหล็ก)

สมัยโบราณนั้น เหล็กเป็นวัสดุที่มีค่ามากเพราะจะได้มาจากอุกาบาตนอกโลกเท่านั้น
Radivoke Lajacc คือชายผู้โชคร้ายที่โดนอุกาบาตถล่มบ้านของเค้าไม่ต่ำกว่า 5 ครั้งในช่วงปี 2007-2008
เหล็กเป็นของแข็งชนิดเดียวที่สามารถยืดงอและเปลี่ยนรูปร่างได้
Malachite มาลาไคต์ คือหินสีเขียวที่ถูกนำมาแปรเปลี่ยนเป็นทองแดง เป็นโลหะชนิดแรกที่มนุษยชาติสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์
Novacili โนวาชีลี คือใบมีดโกนของชาวโรมันในสมัยก่อน ทำให้ชาวโรมันแยกแยะระหว่างตัวเองกับข้าวศึกออก ง่ายต่อการโจมตี และทำให้ชาวโรมันดูมีศิวิไลซ์กว่าทุกเผ่าชาติพันธ์ในสมัยนั้น
ดาบอะมะโนะมุระคะโมะโนะ (ดาบเมฆาสวรรค์) คือดาบในตำนานของชาวญี่ปุ่นที่มีส่วนผสมของคาร์บอน 1% ในเหล็ก ถือว่าดาบนี้แข็งแกร่งสมบูรณ์แบบ
เหล็กกล้าที่แข็งแกร่งที่สุดไม่ได้ทำมาจากเหล็กหล่อ 100% แต่จะมีส่วนผสมของคาร์บอน 1% เพื่อ ไมอย่างนั้นแล้วเหล็กหล่อ 100% จะอ่อนเกินไป และถ้าใส่คาร์บอนมากเกินไปเหล็กก็จะกรอบเปาะเกินไป
Cloud Gate ในชิคาโก คือปฏิมากรรมจากเหล็กสแตนเลสที่โด่งดังที่สุดในปัจจุบัน

น่าเชื่อถือ(กระดาษ)

Codex คือกระดาษในรูปแบบแรกของหนังสือจากชาวโรมันเมื่อ 2,000 กว่าปีก่อน ก่อนหน้านี้มนุษยชาติเราใช้กระดาษในรูปแบบ Concertina Format (แผ่นพับซ้อนทันกันยาวๆ หรือ ม้วนเอกสาร)
เคยสงสัยมั้ยว่าเครื่องพิมพ์ใบเสร็จทำไมไม่มีหัวหมึกสำหรับพิมพ์ เพราะด้วยกระดาษที่ไวต่ออุณหภูมิที่ชื่อว่า Thermal Paper เพียงแค่โดนความร้อนก็สามารถเกิดสีขึ้นบนกระดาษได้เองโดยไม่ใช้หมึก แต่เบื้องหลังมันคือกระดาษนี้ถูกเคลือบด้วยสารย้อมสีทั้งแผ่นที่ชื่อว่า Leuco จึงทำให้เครื่องพิมพ์ใบเสร็จรับเงินทั้งหลายไม่เคยต้องเปลี่ยนหรือเติมหมึกเลยตลอดอายุการใช้งาน แค่เปลี่ยนการดาษก็พอ เพราะหมึกถูกฉาบบนกระดาษทั้งม้วนเรียบร้อยแล้ว
การเช็ดก้นของคนทั้งโลก 1 วัน ทำให้เราต้องตัดต้นไม้วันละ 27,000 ต้นทุกวัน อั้นอึวันละนิดช่วยลดโลกร้อนได้เยอะเลย
ที่กระดาษยุ่ยเมื่อเปียกน้ำเพราะตัวกระดาษนั้นสูญเสียพันธะไฮโดรเจน
กระดาษทั่วไปทำจากเยื่อเซลลูโลส แต่กระดาษธนบัตร หรือแบงค์ของเรานั้นทำจากกระดาษฝ้าย โดยใช้เส้นใยฝ้ายแทนเซลลูโลสจากต้นไม้ทั่วไป ทำให้ยากต่อการปลอมแปลง และลายน้ำบนธนบัตรนั้นไม่ได้มาจากการพิมพ์หมึกใดๆ แต่มาจากการทำให้เส้นใจบางหรือหนาขึ้นในบางจุดจนกลายเป็นภาพต่างๆเมื่อส่องกับแสง
ปากกาตรวจสอบแบงค์ปลอมนั้นทำจากสารไอโอดีน ที่จะทำปฏิกิริยากับแป้งบนกระดาษเซลลูโลสเป็นสีดำ แต่กระดาษฝ้ายนั้นไม่มีแป้งเป็นส่วนประกอบ ทำให้เวลาเอาปากกาตรวจสอบแบงค์ปลอมเขียนลงบนธนบัตรจะไม่มีริ้วรอยเส้นสีใดๆเกิดขึ้น ผิดกับกระดาษทั่วไป ดังนั้นถ้าอยากปลอมธนบัตรไม่ให้โดนจับได้ด้วยปากกา แนะนำว่าให้แอบเปลี่ยนปากกาไอโอดีนเป็นปากกาหมึกหมดแทน
หมึกดิจิทัลนั้นทำจากอนุภาคที่เรียก Janus และชื่อนี้มาจากเทพเจ้าโรมันที่เป็นเทพเจ้าสองหน้า

ดังรากฐาน(คอนกรีต)

ชาวโรมันมีโชคเรื่องคอนกรีต เพราะพวกเขาพบซีเมนต์พร้อมใช้ในบริเวณที่เรียกว่าปอซซูโอลี (Pozzuoli) นอกเมืองเนเปิลส์ไม่ไกล
แพนธีออน (Pantheon) ในกรุงโรม ผ่านมา 2,000 ปีก็ยังตั้งตระหง่านในฐานะโดมคอนกรีตไม่เสริมแรงที่ใหญ่ที่สุดในโลก นับเป็นสิ่งปลูกสร้างซึ่งอาศัยวิศวกรรมคอนกรีตที่น่าประทับใจที่สุดของโรมัน
โจเซฟ โมนีเย (Joseph Monier) ผู้ค้นพบคอนกรีตเสริมแรงในปี 1867 จากการทดลองเสริมเหล็กเส้นเข้าไปในคอนกรีตที่จะใช้ทำกระถางปลูกต้นไม้ ในฐานะคนสวนชาวปารีสคนหนึ่ง
คอนกรีตซ่อมแซมตัวเอง (self-healing concrete) สามารถฟื้นฟูซ่อมแซมรอยแตกร้าวของตัวเองได้มากถึง 90% ด้วยแบคทีเรีย บี.พาสเทอรี (B. pasteurii) และแป้งที่เป็นส่วนผสมหนึ่งของคอนกรีตนี้ เมื่อแบคทีเรียโดนน้ำจะถูกกระตุ้นให้เริ่มวงจรชีวิต และเมื่อเจอแป้งที่เป็นส่วนผสมในคอนกรีตรอแล้ว มันก็จะขับถ่ายออกมาป็นแร่ธาตุแคลไซต์ซึ่งเป็นองค์ประกอบของคอนกรีต
ผ้าคอนกรีต (concrete cloth) เป็นคอนกรีตในรูปแบบสิ่งทอ มีลักษณะเป็นม้วนเหมือนผ้าปกติ เพียงเติมน้ำก็จะสามารถปั้นเป็นรูปทรงและสิ่งก่อสร้างได้ตามใจชอบ
ซิดนีย์โอเปราเฮาส์ (Sydney Opera House) หลังคาทรงเปลือกหอยชื่อดังนั้นสร้างด้วยคอนกรีตล้วนๆ
คอนกรีตที่สามารถทำความสะอาดตัวเองได้ (self-cleaning concrete) มีส่วนประกอบของอนุภาคไทเทเนียมไดออกไซด์เคลือบผิวนอกไว้ เมื่อซึมซับรังสียูวีจากดวงอาทิตย์ อนุภาคจะปลดปล่อยไอออนอนุมูลอิสระออกมา ซึ่งจะสลายรอยเปื้อนที่เป็นสารอินทรีย์ใดๆ บนคอนกรีต เวลาฝนตกหรือลมพัดมันก็จะคราบต่างๆก็จะหลุดออกไปเอง แถมไทเทเนียมไดออกไซด์นี้ยังสามารถลดระดับก๊าซไนโตรเจอออกไซด์ในอากาศที่ปล่อยจากรถยนต์ นั่นหมายความว่าอีกหน่อยตึกที่สร้างจากคอนกรีตทั้งหลายจะสามารถช่วยฟอกอากาศให้เมืองได้

รสโอชา(ช็อคโกแลต)

เนยโกโก้ในช็อคโกแลตนั้น นอกจากอร่อยแล้วยังมีสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ ทำให้เสียยากและช่วยน่าจะช่วยเรื่องมะเร็งได้ด้วย
เสียง “เป๊าะ” เวลาหักแท่งช็อคโกแลตหรือเคี้ยวนั้น ทำให้เราเพลิดเพลินในการกินมากยิ่งขึ้น เพราะมันเชื่อมโยงกับเรื่องจิตฟิสิกส์ของมนุษย์เรา
34 องศาเซลเซียส คืออุณหภูมิที่ดาร์กช็อคโกแลตเกรดดีที่จะละลายในอุณภูมินี้ ซึ่งก็คืออุณหภูมิในปากของคุณ และถ้าช็อคโกแลตนี้ถูกเก็บมาอย่างเหมาะสม มันจะต้องอยู่ในตู้แช่ที่มีอุณหภูมิ 18 องศาเซลเซียสตลอดช่วงชีวิตของมันก่อนเข้าสู่ปากคุณ เพราะผลึกเนยโกโก้ชนิด V ในดาร์กช็อคโกแลตราคาแพงจะไม่เสียหายก่อนที่คุณจะกินมันไป
ดาร์กช็อคโกแลตจริงๆแล้วมีส่วนผสมของน้ำตาลราวๆ 20% แต่ที่มันไม่หวานนั้นเพราะมันปลดปล่อยสารเคมีชื่อ อัลคาลอยด์ (alkaloid) และ ฟีโนลิก (phenolic) ซึ่งมีรสขมรุนแรง พวกมันไปกระตุ้นต่อมรับรสขมและเปรี้ยว
Fry and Sons เป็นบริษัทแรกในโลกที่สร้างช็อคโกแลตแท่งขึ้นมา
กินช็อคโกแลตดีกว่าจูบ จากการทดลองในปี 2007 กับคู่รักหลายคู่นั้นพบว่ากิจกรรมของสมองและอัตราการเต้นของหัวใจนั้น การจูบว่ากระตุ้นสองกิจกรรมที่ว่าแล้วแต่การกินช็อคโกแลตนั้นกระตุ้นได้ยาวนานกว่า ฉะนั้นครั้งหน้าถ้าไม่มีใครให้จูบก็จงกินช็อคโกแลตดีๆซะ
Theomobal คือชื่อเรียกช็อคโกแลตในภาษากรีก แปลได้ว่า “อาหารของเทพเจ้า”

พาพิศวง(โฟม)

ซิลิกาแอโรเจล (Silica areogel) คือของแข็งที่เบาที่สุดในโลก เพราะมันมีอากาศเป็นส่วนประกอบถึง 99.8% 

เปี่ยมจินตนาการ(พลาสติก)

ถ้าโลกนี้ไม่มีพลาสติกจะเป็นอย่างไรลองจิตนาการดู..
เราคงไม่ได้หาโต๊ะพูลเล่นได้ง่ายๆตามผับบาร์หลายๆร้าน เพราะสมัยก่อนลูกพูลหรือลูกสนุ๊กนั้นทำมาจากงาช้าง และพลาสติกเป็นวัสดุที่ใช้ทดแทนงาช้างหลายอย่างอีกด้วย ทั้งหวี ลูกปัด และอื่นๆ
ในปี 1840 ชาร์ลส์ กู๊ดเยียร์ (Charles Goodyear) ได้คิดค้นยางคงรูป ซึ่งต่อยอดไปเป็นการ “หุ้มเบาะ” ที่ขอบโต๊ะ ทำให้ลูกบอลบนโต๊ะกระเด้งไปมาได้ดีกว่าขอบไม้ จนกลายเป็นโต๊ะสนุ๊กและโต๊ะพูลมาตรฐานมาจนถึงทุกวันนี้
พลาสติกถูกใช้ในการดองศพสมัยใหม่ ด้วยเทคนิคที่เรียกว่าพลาสติไนเซซัน (Plastinization) ด้วยการเอาน้ำและไขมันออกจากร่าง แล้วนำยางซิลิโคนหรืออีพ็อกซีเรซินเข้าไปแทนที่ จะทำให้ศพคงสภาพได้คล้ายตอนที่มีชีวิตมาก และสามารถจัดท่าทางของศพเหมือนตอนมีชีวิตได้ด้วย ว้าว!
ฟันปลอมที่ดูเป็นธรรมชาติ สบายปาก และไม่มีรสชาติ ทำมาจากพลาสติกอะคริลิก
สมัยก่อนจะมีฟิล์มถ่ายภาพ เราต้องใช้แผ่นถ่ายภาพที่ทำจากกระจก ซึ่งมีน้ำหนักมาก เกาะกะ และราคาแพง พอมีการทำฟิล์มจากพลาสติก ก็คือฟิล์มเซลลูลอยด์เพื่อแทนฟิล์มกระจก กล้องก็กลายเป็นของที่คนชนชั้นกลางเข้าถึงได้ ไม่ใช่แค่งานอดิเรกของชนชั้นสูงอีกต่อไป
เรื่องทั้งหมดนี้อยู่ในภาพยนต์เรื่อง Butch Cassidy and the Sundance Kid ความเป็นมาของพลาสติกกับคาวบอยหนุ่มเลือดร้อนที่อยากจะแก้แค้นให้น้องที่ถูกสารประกอบจากพลาสติกระเบิดใส่จนตาย

ล่องหน(กระจก)

ฟุลเกอไรต์ (fulgurite) คือแท่งแก้วตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นโดยสายฟ้าที่ฟาดใส่ผืนทรายจนไหม้กลายเป็นแท่งแก้วหน้าตาประหลาด ลองเสริชดูแล้วจะรู้ว่าประหลาดจริง
Scarab เครื่องรางปีกแมลงทับที่ประดับบนร่างมัมมี่ตุตันคามุน มีแก้วที่อายุกว่า 26 ล้านปีเป็นส่วนประกอบ คือแก้วที่ชื่อว่าทรินิไทต์ (Trinitile) น่าจะมาจากอุกกาบาตที่พุ่งชนโลกในสมัยนั้น
คำว่า Window แปลว่าตาของลม
เบียร์และไวน์พัฒนาขึ้นเพราะการกินด้วย “แก้ว” สมัยก่อนแก้วจะมีลักษณะทึบมองไม่เห็นของที่อยู่ข้างใน ทำให้คนไม่เคยรู้และสนใจเลยว่าเบียร์และไวน์ที่ตัวเองกำลังจะกินหน้าตาเป็นยังไง ขอให้รสชาติได้ก็พอ แต่พอเริ่มมีการใช้แก้วที่มีความ “ใส” ขึ้น ทำให้คนกินมองเห็นหน้าตาของเบียร์และไวน์ตัวเอง จนเกิดการพัฒนาเป็นเบียร์ Lager สีเหลืองทองตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ไม่สูญสลาย(กราไฟต์)

เพชรและใส้ดินสอวาดเขียนทั้งหลายนั้นประกอบจากคาร์บอนล้วนเหมือนกัน ต่างกันแค่การจัดเรียงตัวของอะตอมคาร์บอนเท่านั้น
เพชรเม็ดใหญ่ที่สุดที่เคยค้นพบอยู่ในทางช้างเผือกของกลุ่มดาวเซอร์เพนส์เดาดา (Surpens Cauda) หรือส่วนหางงูของกลุ่มดาวงู เพชรเม็ดนี้ขนาดใหญ่กว่าโลกทั้งใบถึง 5 เท่า
เพชรที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีขนาดเท่าลูกฟุตบอล เป็นเพชรที่สกัดจากเหมืองคัลลินาน (Cullinan) ในแอฟริกาใต้ ก่อนจะถวายแด่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 ในปี 1907
การส่งเพชรคัลลินานจากแอฟริกาใต้ไปยังอังกฤษเป็นเรื่องใหญ่มาก (ก็ควรจะเพราะมันใหญ่ตั้งเท่าลูกฟุตบอล) มีการสร้างขบวนหลอกที่เต็มไปด้วยเรือกลไฟกับทหารติดอาวุธจำนวนมากในสมัยนั้น แต่เพชรของจริงนั้นกลับถูกส่งผ่านไปรษณีย์ใส่ในกล่องสีน้ำตาลธรรมดา และก็ส่งไปถึงอังกฤษอย่างปลอดภัย แต่อยากให้เจอไปรษณีย์ไทยแล้วจะรู้ว่าจะรอดมั้ยเหมือนกันนะ
โดยปกติแล้วเพชรหนึ่งผลึกจะประกอบด้วยอะตอมราว 1,000,000,000,000,000,000,000,000 อะตอมที่จัดเรียงตัวเป็นโครงสร้างรูปพีระมิดอย่างสมบูรณ์ ส่วนใส้ดินสอจัดเรียงเป็นรูปหกเหลี่ยม แค่การจัดเรียงเท่านั้นเอง!
Diamond นั้นมาจากศัพท์กรีก Adamas แปลว่า “ไม่เปลี่ยนแปลง” หรือ “ไม่สูญสลาย”
DeBeers บริษัทผลิตเพชรที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยากขายเพชรเพิ่มขึ้นจากที่ขายให้แต่พวกชนชั้นสูงมาสู่ชนชั้นกลาง แต่จะทำยังไงให้เพชรยังคงแพงอยู่เหมือนเดิม ผลก็คือ DeBeers สร้างโฆษณาขึ้นมาโดยผูกเพชรกับการแต่งงาน สัญลักษณ์ของรักที่นิรันดร์ ผลก็คือเพชรขายดีเป็นเทน้ำเทท่าและก็ยังคงขายได้ในราคาแพงเหมือนเดิม อัจฉริยะแท้!
Lonsdaleite คือวัสดุที่แข็งแกร่งกว่าเพชรถึง 58% ฉะนั้นเพชรไม่ได้แข็งแกร่งที่สุดในโลกอีกต่อไป
จากกราไฟต์สู่กราฟีน วัสดุที่บางที่สุด แข็งแรงที่สุด และทนทานที่สุดในโลก
วัสดุแทบทุกชนิดเมื่อโดนความร้อนที่มากพอแล้วจะกลายเป็นขี้เถ้าสีดำ แต่เพชรนั้นเมื่อถูกไฟที่ร้อนมากพอมันจะระเหิดหายไปไม่มีขี้เถ้าใดๆเหลืออยู่ (ขอนับถือคนบ้าที่กล้าทดลองเผาเพชร)

แสนประณีต(เครื่องเคลือบ)

1,300 องศาเซลเซียส คืออุณหภูมิที่ใช้ในการทำเครื่องเคลือบ ไม่ว่าจะเป็น จาน ชาม หรือแก้วชาราคาแพง
ในสมัยก่อนเครื่องเคลือบของจีนนั้นถูกเรียกว่า “ทองคำขาว” เพราะชาวยุโรบที่มาค้าขายที่จีนต่างอยากได้มาก จนถึงขั้นยอมแลกกับอะไรก็ยอม

เป็นอมตะ(อวัยวะเทียม)

ไทเทเนียม เป็นโลหะเพียงหนึ่งในไม่กี่ชนิดที่ร่างกายยินดีรับไว้โดยไม่ต่อต้านเหมือนโลหะชนิดอื่น ทำให้ชิ้นส่วนร่างกายเทียมส่วนใหญ่ทำมาจากไทเทเนียม
กระดูกอ่อนของคนเรานั้นไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้ เลยเป็นเหตุผลให้เราต้องเปลี่ยนข้อต่อเพราะกระดูกอ่อนนั้นเสื่อมแล้วเสื่อมเลย
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่านั้นยากกว่าการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกหลายเท่านัก เพราะความซับซ้อนของหัวเข่าที่ต้องรับแรงมากมายและซับซ้อนกว่าข้อสะโพกเยอะ
สิ่งที่ทำให้คนเราแก่ลงไม่ใช่อายุของเซลล์ (เพราะเซลล์ไหนๆก็ตามจะตายแล้วเกิดใหม่ทุกๆ 9 วันโดยประมาณ) แต่เป็นเพราะระบบที่สร้างเซลล์ขึ้นมานั้นเสื่อมสภาพ การแก่ตัวลงก็คล้ายกับเกมกระซิบส่งต่อในแบบฉบับของเซลล์นั่นแหละครับ เพราะเซลล์แต่ละรุ่นไม่ค่อยจะจำลองโครงสร้างตัวองใหม่อย่างถูกต้องตามต้นฉบับทั้งหมด ดังนั้นความผิดพลาดและความไม่สมบูรณ์จึงค่อยๆสะสมมาเรื่อยๆจนเซลล์ที่สร้างใหม่กลายเป็นเซลล์ที่ใช้งานไม่ได้อีกต่อไป เราไม่ได้แก่ตายแต่เราเสื่อมสภาพตายต่างหาก

และนี่คือมุมมองจากความรู้และประสบการณ์ของชายผู้ที่ไม่เคยมองออกไปไหนไกลแต่กลับมาเข้ามาไกล้ตัว และไกล้เข้ามามากจนเห็นโลกใหม่ๆที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อน พออ่านจบผมก็ได้บทสรุปที่สะท้อนกลับมาสู่การใช้ชีวิตของเราที่ว่า คนเรามักจะมองหาความสุขจากภายนอกมากกว่าจะเข้ามาสู่ความสุขภายใน ชายคนนี้ก็เหมือนกันเลือกที่จะมองเข้ามายังของไกล้ตัวทั้งหลาย จนเจอความน่ามหัศจรรย์ใจมากมายที่กลายเป็นความสุขของเค้า

อ่านเมื่อปี 2017