Confucius แก่นขงจื๊อ ความหมายแห่งชีวิตที่แท้จริง และปัญญาที่ยิ่งใหญ่

สรุปหนังสือ CONFUCIUS แก่นขงจื๊อ ที่เลือกอ่านเล่มนี้ต่อเพราะเพิ่งอ่านเล่มเกี่ยวกับลัทธิเต๋าที่เขียนโดย Osho เลยอยากรู้ว่าจากที่ Osho ว่าขงจื๊อคือคนละขั้วกับเล่าจื๊อหรือเต๋านั้นจริงมั้ย บังเอิญผมซื้อเล่มนี้เก็บไว้นานแล้วเหมือนกันเลยได้ฤกษ์เปิดอ่านซักที

กับ 143 หน้าที่เป็นเหมือนบทสรุปของแก่นของขงจื๊ออีกทีนึง สรุปว่าผมก็ยังไม่รู้จักขงจื๊อจริงๆด้วยตัวเองอยู่ดี แต่ผ่านการรู้จักผ่านผู้เขียนที่ย่อยสรุปมาให้อีกทีนึง ผมว่าผมคงต้องไปหาขงจื๊อมาทำความเข้าใจเองจริงๆซักครั้ง

กลับเข้าสู่หนังสือเล่มนี้ “แก่นของขงจื๊อ” อ่านจบแล้วผมได้พบอะไรบ้าง..

ได้พบว่า..ขงจื๊อกับเล่าจื๊อ(เต๋า)นั้นไม่ได้คนละขั้วมากขนาดนั้น แต่ผมพบว่าขงจื๊อนั้นจะแตกแขนงออกมาที่เรื่องทางโลก หรือเน้นที่การประสบความสำเร็จที่ภายนอกของชีวิต ผิดกับเต๋าหรือเล่าจื๊อ ที่มุ่งไปที่การค้นพบภายในของตัวเอง

ถ้าจะบอกว่าเต๋าคือเรื่องของภายใน จิต ความสุขแบบสันโดษแต่ไม่โดดเดี่ยวแล้ว ขงจื๊อก็เป็นขั้วของการภายนอก หรือสังคม เพื่อให้ทุกคนมีสุขไปด้วยกัน

ขงจื๊อเป็นนักการเมืองหรือข้าวราชการที่เก่งกาจสามารถ แต่ก็ยังไม่สามารถละทิ้งหรือละวางอัตตาตัวตนได้ในตอนที่ไกล้จะตายในวัย 73 ปี ขงจื๊อกล่าวว่า

“เหตุใดภูผาใหญ่ต้องพังทลาย เหตุใดผู้ทรงปัญญาจึงต้องตาย”

แล้ว 7 วันหลังจากนั้นขงจื๊อถึงแก่กรรมในวัย 73 ปี

อัตตาตัวตนของผู้ยิ่งใหญ่ไม่ยอมรับความตายที่ไกล้เข้ามาและหนีไม่พ้น

ในแง่ดีของแก่นขงจื๊อคือ เอาใจเขาใส่ใจเรา

จงปฏิบัติกับผู้อื่นอย่างที่ท่านต้องการจะได้รับ

จงปฏิบัติต่อหัวหน้าอย่างที่ท่านต้องการได้จากลูกน้อง

สามีพึงปฏิบัติต่อภรรยา เฉกเช่นถ้าตนเป็นภรรยาพึงต้องการจากสามี

ด้วยหลักการนี้จึงทำให้สังคมโลกสามารถเกิดแต่สิ่งดีๆที่ทุกคนพึงต้องการเสมอ และอีกคำสอนนึงที่เป็นคนละด้านแต่แก่นเดียวกันคือ จงอย่าปฏิบัติในสิ่งที่ท่านไม่ต้องการให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อท่านเช่นกัน

ถ้าให้เป็นภาษาชาวบ้านก็คือถ้าอะไรที่ตัวเองไม่ชอบก็อย่าทำ จงคิดว่าถ้าเราเป็นผู้ที่กำลังโดยตัวเรากระทำเราจะชอบสิ่งนั้นมั้ย ถ้าแม้แต่ตัวเองยังไม่ชอบก็อย่าทำสิ่งนั้นกับคนอื่น

ด้วยหลักการปฏิบัตินี้ก็น่าจะทำให้สังคมไม่เกิดเรื่องไม่ดี เรื่องแย่ๆ หรือเรื่องเลวร้าย หรือน่าจะลดไปได้มากโขจนแทบจะเป็นศูนย์ด้วยซ้ำ

สรุปคือถ้าจะบอกว่าขงจื๊อเป็นวิถีทางโลก ส่วนเล่าจื๊อเป็นวิถีทางธรรมก็น่าจะใช่

คนเราย่อมมีทั้งสองด้าน หาสมดุลของตัวเองให้เจอ หาในสิ่งที่ตัวเองชอบให้เจอ และค้นพบในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบให้เจอ

แล้วก็จงปฏิบัติต่อผู้อื่นเฉกเช่นต้องการให้ผู้อื่นปฏิบัติกับตัวเอง ไม่ต้องเริ่มที่ไหนไกล เริ่มที่ตัวเรา ตัวเราทุกคน ผมว่าแค่นี้โลกก็น่าอยู่ขึ้นอีกจมแล้วล่ะ ไม่ต้องรอให้ตายแล้วถึงได้ไปสวรรค์ โลกจะกลายเป็นสวรรค์ในทุกที่ๆและทุกๆวัน

อ่านแล้วเล่า สรุปครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2018

CONFUCIUS แก่นขงจื๊อ
ความหมายแห่งชีวิตแท้จริงและปัญญาที่ยิ่งใหญ่
นิพาดา วิริยะวงศ์พานิช เขียน

อ่านสรุปหนังสือแนวปรัญชาแบบนี้ต่อ https://www.summaread.net/category/philosophy/

สนใจสั่งซื้อได้ที่ Se-ed.com