เตรียมลูกรักให้พร้อมรับ Coding

ลูกคือผลผลิตของพ่อแม่ ลูกเป็นอย่างไรพ่อแม่ก็เป็นอย่างนั้น ดังนั้นถ้าเด็กไม่ดีอย่าโทษแค่เด็ก แต่ให้ดูด้วยว่าพ่อแม่และสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็กคนนั้นเป็นอย่างไร สำหรับผมหนังสือเล่มนี้ไม่ได้มีไว้แค่ให้เด็กอ่าน แต่มีไว้ให้กับพ่อแม่ยุคใหม่สมัยนี้ หรือที่ศัพท์ของนักการตลาดเรียกว่า Millennial Parents ที่เลี้ยงลูกเป็นเพื่อน ปล่อยให้ลูกได้เลือก ได้ลอง ได้ตัดสินใจ ที่จะต่างจากพ่อแม่ยุคเก่าที่จะเป็นคนเลือกให้ลูกทุกอย่าง ลูกในยุคก่อนอย่างเราจึงมีหน้าที่แค่ทำตามที่พ่อแม่สั่งเป็นส่วนใหญ่

ความยากและท้าทายของพ่อแม่ยุคใหม่ที่เป็น Millennial Parents ในวันนี้คือจะเลี้ยงลูกอย่างไรให้ทันยุคสมัยที่เปลี่ยนไปไวเหลือเกิน และในวันที่เด็กมี Google เป็นครู ถ้าอยากรู้อะไรก็วิ่งเข้าไปถามอินเทอร์เน็ตก่อนพ่อแม่ด้วยซ้ำ ดังนั้นการเรียนรู้จึงไม่ใช่แค่หน้าที่ของเด็ก แต่เป็นหน้าที่ของทุกคนโดยเฉพาะคนที่เป็นพ่อแม่ ที่ต้องเรียนรู้ไปกับลูกให้ทัน ถ้าคุณไม่อยากกลายเป็นพ่อแม่ที่เชยๆล้าหลังจนลูกรู้สึกว่าพูดไปก็ไม่เข้าใจจนไม่อยากคุยด้วย ปรึกษาด้วยจริงมั้ยครับ

นั่นคือสิ่งที่ผมคิดระหว่างอ่าน และเมื่ออ่านจบผมก็คิดได้อีกว่าจริงๆแล้วการฝึกเรียนเขียน Coding ตั้งแต่เด็กนั้นให้อะไรเยอะกว่าที่คิด เพราะการฝึก Coding ไม่ใช่แค่การต้องหมกมุ่นอยู่กับหน้าจอ และกลายเป็นเด็ก nerd หรือ geek แต่อย่างไร เพราะแท้จริงแล้วการ Coding นั้นเป็นทักษะที่สามารถเอามาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้อย่างรอบด้านครับ

ไม่ว่าจะการฝึกคิดที่จะย่อยปัญหา หรือที่ภาษา Coding เรียกว่า Decomposition ครับ

เพราะไม่ว่าปัญหาจะใหญ่หรือหนักแค่ไหน ถ้าเรามองด้วยสติแล้วใช้ความคิดจะพบว่า แท้จริงแล้วปัญหาที่หนักหนานั้นก็ประกอบด้วยปัญหาย่อยๆที่ค่อยๆก็สามารถสำเร็จได้ หรืออาจจะพบว่าแท้จริงแล้วปัญหาที่ดูใหญ่นั้นแก้ได้ง่ายไม่น่าเชื่อ แค่ต้องมองให้ออกว่าปัญหาที่แท้จริงนั้นคืออะไร และการจะแก้ปัญหานั้นต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง

หลักการข้อนี้จะว่าไปก็คล้ายการทำงานของผมในฐานะที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์การตลาดเลยครับ

จากนั้นก็จะได้ทักษะในเรื่องการคิดอย่างเป็นระบบ หรือที่ภาษา Coding เรียกว่าการออกแบบ Algorithm ครับ

Algorithm คือการเขียนออกมาเป็นขั้นเป็นตอน ให้เห็นทีละขั้นตอนของสิ่งที่จะทำ เช่น การจะแปรงฟันนั้นมีขั้นตอนอะไรบ้างโดยละเอียด อาจเริ่มจาก ลุกจากที่นอน เดินไปห้องน้ำ หยิบแปรงสีฟันขึ้นมา ตรวจสอบดูว่ามียาสีฟันมั้ย ถ้ายังไม่มีก็บีบยาสีฟันใส่ จากนั้นก็ดูว่ายาสีฟันนั้นชุ่มน้ำหรือยัง ถ้ายังเอาเปิดน้ำใส่ แล้วจากนั้นก็เริ่มแปรงฟัน เริ่มจากบนลงล่าง ต่อด้วยซ้ายไปขวา จนแปรงทั่วครบทั้งปาก แล้วก็หยิบแก้วมาเปิดน้ำใส่ แล้วก็กลั้วปากบ้วนทิ้งให้เรียบร้อย เก็บยาสีฟันเข้าที่ ล้างหัวแปรงสีฟัน เก็บแปรงสีฟันเข้าที่ เป็นอันจบพิธีการแปรงฟันครับ

แต่หนังสือเล่มนี้ก็ไม่ได้บอกให้เด็กทุกคนหมกมุ่นกับการเขียนโปรแกรมผ่านหน้าจอตั้งแต่เด็ก เพราะในความเป็นจริงแล้วการเรียน Coding ที่ไม่ต้องใช้จอก็มีมากมายหลายวิธี ไม่ว่าจะผ่านเกมที่เป็นบอร์ดเกม หรือการ์ดเกม หรือผ่านกิจกรรมที่ให้เด็กได้ออกกำลังกายในช่วงวัยที่ยังต้องเล่นให้มากเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

หนังสือเล่มนี้ยังบอกอีกว่า ไว้อายุซัก 7 ขวบเมื่อไหร่ค่อยมาหัด Coding ผ่านหน้าจอจริงๆจะดีกว่าครับ ก่อนหน้านั้นก็เล่นไปให้สมเด็กที่ค่อยๆเรียนรู้การ Coding ผ่านการเล่นไปครับ

ที่สำคัญคือพ่อแม่บางคนอาจยังไม่เข้าใจว่าการเรียนเขียนโปรแกรมหรือ Coding นั้นสำคัญอย่างไร ผมอยากจะบอกว่าเมื่อก่อนคนรุ่นผมต้องเรียนภาษาอังกฤษเพื่อให้สื่อสารกับต่างชาติได้ แต่วันนี้ภาษาสากลที่สุดในโลกนั้นไม่ใช่ภาษาอังกฤษหรือจีน แต่เป็นภาษา Coding หรือการเขียนโปรแกรมครับ

เพราะทุกคนล้วนใช้อุปกรณ์ดิจิทัล และเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ดังนั้นใครที่สามารถสื่อสารกับอุปกรณ์ต่างๆเหล่านี้ได้ ก็สามารถสื่อสารกับคนทั่วโลกได้ไม่ยากเลยครับ

และการจะ Coding ได้เด็กก็ต้องมีความรู้เรื่องภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์ที่ดี ทำให้เด็กไม่ได้แค่ Coding แต่ยังได้เรื่องภาษาและการคิดคำนวนไปด้วยพร้อมกันครับ

เพราะคุณรู้มั้ยว่าเรากำลังมีอาชีพใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย และอาชีพเก่าๆก็กำลังตายจากไปทุกวัน บางอาชีพที่สำคัญมากในวันนี้ อีกไม่นานในอนาคตก็สามารถใช้ AI ทดแทนได้ไม่ยากครับ

ผมไม่อยากจะบอกว่าที่ประเทศจีนเริ่มมีการให้คุณหมอที่เป็น AI ตรวจอาการของคนที่ป่วยโรคพื้นฐานไม่ร้ายแรง และออกใบสั่งยาให้ ทำให้คนที่เป็นหมอจริงๆสามารถเอาเวลาไปรักษาเคสยากๆที่ต้องการหมอได้มากขึ้นครับ

และจากที่ผมทำงานอยู่ในสายดิจิทัลและเทคโนโลยีการตลาด ผมพบว่ายุค Data ที่กำลังเข้ามานั้นไม่ได้มาคนเดียว แต่มาพร้อมกับเพื่อนๆมากมาย ไม่ว่าจะ AI หรือ Machine Learning ที่อีกหน่อยคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมก็สามารถเรียนรู้เองได้โดยที่เราไม่ต้องสอน หรือแม้แต่สามารถคิดและทำงานแทนเราได้ด้วยซ้ำ

อีกไม่นานสายงาน Data จะเป็นที่ต้องการมากขึ้น ไม่ว่าจะ Data Engineer, Data Scientist, Data Analytics หรือ IoT Engineer ที่จะออกแบบอุปกรณ์ดิจิทัลรอบตัวให้สามารถทำงานเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้เรามากยิ่งๆขึ้นครับ

หรืออีกหน่อยการคุยและการแชตเพื่อขอรับบริการจากธุรกิจ เราอาจจะไม่ได้คุยกับคนจริงๆอีกต่อไป เพราะจะกลายเป็น AI หรือที่เรียกว่า Chatbot ที่จะพร้อมคุยกับเรา 24 ชั่วโมง และแก้ปัญหาให้เราอย่างรวดเร็วโดยที่เราไม่ต้องรอให้เสียอารมณ์

เห็นมั้ยครับว่าการ Coding นั้นสำคัญอย่างไรในโลกวันพรุ่งนี้ และโลกวันพรุ่งนี้ที่ว่าส่วนหนึ่งก็เริ่มในวันนี้เสียแล้วด้วย

การเริ่มต้นช้ากว่าคนอื่นนั้นอาจถือว่าเสียเปรียบแล้ว แต่การไม่เริ่มต้นทำอะไรเลยนั้นน่าเสียดายยิ่งกว่า

สุดท้ายนี้ผมอยากฝากถึงคนที่กำลังเป็นพ่อแม่ยุคใหม่ หรือ Millennial Parents ว่างานของคุณนั้นยากกว่าคนรุ่นพ่อแม่คุณนัก แต่ถ้าคุณรักลูกของคุณมากพอ ก็ต้องขยันที่จะเรียนรู้คู่ไปกับลูกนะครับ

CodeKids Coding

อ่านแล้วเล่า เล่มที่ 52 ของปี 2019

สรุปหนังสือ เตรียมลูกรักให้พร้อมรับ Coding
ภาษาใหม่แห่งอนาคต ที่เด็กทั้งโลกต้องตามให้ทัน
วัชราภรณ์ ดอนแสง เขียน
บริษัท CodeKids

20190820

ถ้าพ่อแม่คนไหนสนใจอยากให้ลูกเรียน Coding ลองติดต่อที่ CodeKids ดูนะครับ https://www.facebook.com/codekidsTH/

แต่ถ้าคุณยังคิดว่าการ Coding ไม่สำคัญ ผมอยากให้คุณได้ลองอ่านสรุปหนังสือเล่มนี้ต่อ แล้วคุณจะรู้ว่าอนาคตนั้นโหดร้ายขนาดไหนครับ https://www.summaread.net/trend/theindustriesofthefuture/

สนใจสั่งซื้อได้ที่ https://www.naiin.com/product/detail/476269

และขอขอบคุณ CodeKids ที่ส่งหนังสือดีๆแบบนี้ให้ถึงบ้านด้วยครับ