แย็บบ่อยๆสอยด้วยฮุคขวา Jab, Jab, Jab, Right Hook

เขียนโดย Gary Vaynerchuk นักเขียนผู้เปิดบริษัทที่ปรึกษาด้านโซเขียลมีเดียที่อเมริกาชื่อ VaynerMedia ที่คอยให้คำปรึกษาบริษัทชั้นนำระดับ Fortune 500 และเป็นผู้ลงทุนใน Start Up ด้าน Social Media ที่ดังๆตั้งแต่เริ่มตั้งไข่หลายราย เช่น Twitter เป็นต้น เมื่อพูดถึงโซเชียลมีเดียที่ใครๆก็คุ้นเคย..

..แต่คนที่คุ้นเคยที่สุดคงหนีไม่พ้นนักการตลาดทั้งหลาย เพราะตั้งแต่มีเจ้า Social Media นี้เข้ามาทำให้บรรดานักการตลาดและเอเจนซี่โฆษณาเองต้องปวดหัวกันไปตามๆกันแบบไม่มีหยุดพัก

เพราะอะไรน่ะหรอ..

..เพราะแต่ก่อนช่องทางการสื่อสารของเรามีจำกัดจำเขี่ยมาก ขนาดยุคอินเตอร์เนตและเวปเข้ามาก็ยังไม่ปวดหัวเท่า Social Media ครองโลก เพราะช่องทางการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายนั้นแตกแยกย่อยไปมากจากหลักหน่วยในไม่กี่ปีก่อน กลายเป็นหลักสิบและจนจะเกือบร้อยช่องทางในทุกวันนี้

แล้วช่องทางที่มากขึ้นมันกระทบอะไรกับนักการตลาดนักหนาล่ะ..

..ก็เพราะช่องทางที่หลากหลายตีความสนใจของกลุ่มเป้าหมายถึงผู้บริโภคแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

คนไม่คาดหวังกับทีวีมากเท่าสมัยก่อน เพราะคนรู้ว่าสมาร์ทโฟนในมือนั้นเปรียบประดุจทุกอย่าง

ตั้งแต่ ทีวีดูละคร ฟังเพลงใหม่อัพเดทแทนคลื่นวิทยุ จะเสพย์ข่าวหรือหาสาระแบบแมกกาซีนหนังสือพิมพ์ก็ไม่ขัด หรือเบื่อๆหยิบมาเป็นกล้องถ่ายรูปพร้อมร้อยแปดฟิลเตอร์อัพขึ้นเรียกไลค์ได้อีกต่างหาก

แล้วแบบนี้จะไม่ทำให้นักการตลาดทั้งหลายปวดหัวได้ไง ก็เพราะคนสมัยนี้เอาใจยากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่านัก..

..แต่ผู้เขียนก็แนะนำได้ดีถึงเรื่องการใช้งานโซเชียลมีเดียยังไงให้เวิร์ค

จากประสบการณ์ของเค้า เค้าบอกว่า Content is King (ประโยคนี้ได้ยินบ่อยและได้ยินมานานพอควรแล้ว) แต่ที่น่าสนใจคือเค้าบอกว่า Context is God

นั่นคือบริบทสำคัญกว่าเนื้อหาที่จะกล่าวออกไป เพราะถ้าเนื้อหาดีแต่ไม่ถูกที่ถูกเวลา ถูกช่องทางจังหวะก็จบ..

..ก็เหมือนกับคน Above ที่ยังคิดว่าทำโฆษณาแล้วเอามาฉายทางออนไลน์ยูทูปเหมือนเดิมก็ได้ ดูซินั่นไงได้ตั้งล้านวิวไปแล้ว แต่ลืมนึกไปถึงตัวเองว่า ถามจริงๆเถอะเวลาตัวเองเล่นเนตเปิดยูทูปที่ตั้งใจอยากหาคลิปอะไรซักอย่างดู สมมติว่าเป็นพริตตี้เอวคอดเต้นหน้าลำโพงงานมอเตอร์โชว์ก็แล้วกัน พอมีโฆษณามาขัดจังหวะก่อนจะดูตัวเองเคยตั้งใจอยากดูโฆษณานั้นโดยไม่ปิดหรือกด skip ข้ามไปซักกี่ครั้งกัน..

..กี่ครั้งไม่รู้แต่สำหรับผมบอกได้เลยว่าน้อยมาก เพราะโฆษณาเหล่านั้นขึ้นมาขัดจังหวะในเวลาที่ผมไม่ได้ต้องการมันเสมอ โฆษณาเหล่านี้ยังทำนิสัยเหมือนเดิมคือเอาเงินซื้อยัดเข้าตาคนดูเหมือนสมัยต้องทนดูระหว่างคั่นรายการเสมอแหละ..

..สิ่งสำคัญของหนังสือเล่มนี้ไม่ได้ให้สูตรสำเร็จ ไม่ได้บอกไม้เด็ดหรือท่าไม้ตาย

แต่บอกสิ่งสำคัญที่สุดคือการเรียนรู้และทดลองไปเรื่อยๆที่จะทำการตลาดบนโซเชียลมีเดียในทุกๆช่องทาง

เพราะความสำเร็จของการตลาดนึงหรือแบรนด์นึงหรือครั้งนึง ยากที่จะกลับเอามาใช้ได้อีก

เพราะทุกบริบทมันเปลี่ยนไปตั้งแต่สินค้า กลุ่มเป้าหมาย วันเวลา และสถานการณ์..

..ผมขอสรุปแบบนี้แล้วกันว่า สูตรสำเร็จไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องลองทำดูครับ..

เพราะ social media ก็เปรียบเสมือนการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวของชีวิตคู่ ไม่ใช่วันไนท์สแตนแล้วจบกันไป..