Life Lesson

Read more
  • 06/01/2019
  • 0

คลี่ชีวิตคู่ของมนุษย์เจเนอเรชั่นวาย โดยนิดนก เป็นเรื่องเล่าจากเรื่องราวของชีวิคหลังแต่งงานของหญิงชายเจนวายในเมืองหลวงผู้เป็นพนักงานเงินเดือนชนชั้นกลาง ที่ต้องปรับตัวการใช้ชีวิตจากแฟนเป็นผัวเมียเรื่องราวการใช้ชีวิตในหลายแง่มุม ตั้งแต่การจดทะเบียนสมรสการฮันนีมูนการเซ็ตค่าใช้จ่ายร่วมกันการปรับตัวเข้าสู่ครอบครัวของกันและกัน และอีกหลายเรื่องที่ไม่อาจจดจำได้ทั้งหมด  เรื่องราวจริงประสบการณ์จริงของคู่นี้(นิดนกและเอกชัย)เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจแบบไม่มีนิยายใดๆให้อ้างอิง และไม่มีละครเรื่องไหนเคยตีแผ่ความจริงออกมาแบบนี้  เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจที่ควรส่วนใหญ่อย่างน้อยก็คนที่ทำงานเงินเดือนชนชั้นกลาง(อย่างผม)ควรอ่านศึกษาไว้เพื่อเตรียมตัวรับมือรู้เท่าทันปัจจุบันโลก  เพราะโลกรุ่นพ่อแม่และโลกรุ่นเรานั้นกลายเป็นคนละโลกกันแล้วโดยสิ้นเชิง เราเติบโตมาคนละคัลเจอร์ พ่อแม่ก็ไม่เข้าใจคนรุ่นเราและคนรุ่นเราก็ไม่เข้าใจพ่อแม่  เพราะโลกนั้นเปลี่ยนไปทุกวันๆนึงข้างหน้าเราก็คงไม่เข้าใจคนรุ่นลูกหลานเราเช่นกัน  ขอบคุณนิดนกและเอกชัยที่ถ่ายทอดประสบการณ์อ่านสนุกมาให้ผมได้อ่านเป็นความรู้ครับ อ่านเมื่อปี 2016

Read more
  • 05/01/2019
  • 0

โดย ท้อฟฟี่ แบรดชอว์ อ่านมาซักพักเลยรู้ว่าคนเขียนเป็นคนทำงานโฆษณาเหมือนกัน เป็นคนที่ถ่ายทอดเรื่องราวประสบการณ์ตัวเองได้ออกมาอร่อยและน่าสนใจดี หลายตอนในเล่มก็สามารถเขียนสรุปใจความจนออกมาเป็น Quote คำคมดีๆสะกิดใจคนอ่านได้ไม่น้อย เช่น.. ..กูเกิลมีแทบทุกอย่างที่เราต้องการค้นหา เราจะพบในสิ่งที่คนอื่นหาไว้แล้วมากมาย แต่บทเรียนในชีวิตของเรานั้นเป็นเรื่องที่เราไม่สามารถหาคำตอบในกูเกิล.. หรือ.. ..สิ่งที่เราเห็นในโซเชียลมีเดียก็เป็นแบบนั้น มันคือการตัดตอนความจริงมาไว้ในบริบทหนึ่ง ไม่ใช่ทั้งหมดของความจริง ซึ่งเมื่อตัดเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งมาก็ทำให้เราไม่เห็นภาพรวมทั้งหมด เหมือนกรอบรูปที่บังคับการมองเห็นของเราว่ามองเห็นได้แค่ภายในกรอบ.. และ ในตอนที่พูดถึงเจ้าตัวได้ไปงานแต่งแล้วเห็นพรีเซ็นเทชั่นงานแต่งงานมามากมาย เธอก็เขียนประโยคนึงที่น่าสนใจมาว่า.. ..พรีเซ็นเทชั่นงานแต่งงานมักจะให้เราเห็นภาพว่าคนทั้งคู่ “พบกัน” ได้อย่างไร มากกว่าจะบอกเราว่าคนทั้งคู่ “คบกัน”...

Read more
  • 04/01/2019
  • 0

จากนักเขียนนักแปลคนโปรดคนนึงของผม คุณสฤณี อาชวานันทกุล ได้ยินมาว่าเป็นหนังสือที่บัณฑิตนิยมมอบให้กับบัณฑิตด้วยกันเมื่อสำเร็จการศึกษา.. นี่เป็นการสร้างจุดขายที่ทำให้กลายเป็นธรรมเนียมไม่เหมือนหนังสือเล่มอื่นเสียจริง ยอมรับว่าการตลาดฉลาดมาก เรื่องในเล่มเป็นเรื่องราวของคนเก่ง คนสำคัญ คนดัง หลายสิบคนที่เคยไปกล่าวปาถกฐาในวันสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกมากมาย เช่น Steve Job, JK Rolling และอีกหลายคนมากมายที่ผมเองก็จำไม่ได้เช่นกัน หนังสือเล่มนี้ดูเหมือนหนา..แต่ก็หนาจริงเพราะตั้งกว่า 500 หน้า แต่กลับไม่รู้สึกต้องใช้เวลาอ่านมากเลย เพราะเรื่องราวมาจากประสบการณ์จริงของบุคคลสำคัญจึงทำให้เวลาอ่านนั้นเข้าใจและคิดตามได้ไม่ยาก  หลายเรื่องเป็นเรื่องราวที่เราพบเจอแต่ไม่เคยมองในแง่มุมของผู้พูดมาก่อน ก็ทำให้เราสะดุดคิดตามได้ ได้มุมมองใหม่ๆขึ้นมาได้ สุดท้ายแล้วหนังสือเล่มนี้ แม้คุณเลยวัยบัณฑิตมาแล้ว...

Read more
  • 04/01/2019
  • 0

เขียนโดย ชายผู้ทำงานที่โตเกียวดิสนีย์แลนด์ตั้งแต่เปิดจนน่าจะถึงทุกวันนี้ (ขอโทษทีที่จำตัวเลขที่แน่นอนไม่ได้ครับ) ถ่ายทอดเรื่องราวสุดประทับใจจากการทำงานที่ดิสนีย์แลนด์สถานที่ในฝันของใครหลายคนทั่วโลก ในเล่มเล็กๆประกอบด้วย 4 เรื่องราวที่บอกตามตรงว่าแค่เรื่องแรกก็ทำเอาน้ำตาจะไหลตอนอ่านบน BTS ซะแล้ว เป็นเรื่องราวของเด็กสาวคนนึงที่ได้มาทำงานที่ดิสนีย์แลนด์ เจอกับเกสต์(ลูกค้า)ผู้ถามทางกลับบ้าน แล้วเธอก็ตอบไปตามความจริงแต่เธอลืมนึกเผื่อไว้สำหรับสิ่งที่เกสต์ไม่ได้ถาม ทำให้ตัวเธอต้องย้อนกลับไปสำรวจชีวิตตัวเองที่ผ่านมาถึงการใส่ใจในรายละเอียดจนทำให้เธอได้เข้าใจชีวิตมากขึ้น เป็นหนึ่งในหนังสือไม่กี่เล่มที่รู้สึกดีมากที่ได้ซื้อมาโดยไม่ตั้งใจ สารภาพตามตรงตอนที่ซื้อมาก็ไม่ได้อ่านข้างในมากนัก แต่ซื้อเพราะคำว่า “ดิสนียส์แลนด์” นี่แหละครับ คำๆนี้เสมือนคำในฝันของผมมาตั้งแต่เด็กที่ฝันอยากไปดิสนีย์แลนด์ กว่าจะได้ไปก็ปาไป 25 แล้วตอนนั้น เหมือนการไล่เติมเต็มความฝันเอาตอนโต เราอาจจะโตขึ้นแต่ความฝันก็ยังคงไม่ได้โตตาม ถ้าไม่นับเรื่องของความต้องการในอาชีพหรือหน้าที่การงาน เราทุกคนต่างยังมีความฝันอยู่ด้วยกันทั้งนั้น...

Read more
  • 17/12/2018
  • 0

เป็นหนังสือเก่าที่ผมเพิ่งซื้อมาใหม่จากงานหนังสือครั้งล่าสุด รู้สึกว่าจะเป็นเล่มฉลองครบรอบ 12 ปี ของหนุ่มเมืองจันทร์ ในชุด “ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ” เป็นหนังสือที่อ่านง่ายแต่กลับเต็มไปด้วยข้อคิด สาระความรู้ใหม่ๆด้วยวิธีการเล่าเรื่องสนุกๆ แถมหยอดมุขตลกแบบที่ต่อให้คนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือก็น่าจะอ่านจบ และชอบได้ไม่ยาก ต้องขอบคุณน้องต๊ะ น้องในทีมสมัยเป็นครีเอทีฟที่นึงที่แนะนำให้ผมได้รู้จักกับนักเขียนคนนี้ จนผมรู้สึกว่าผมไม่น่าหลงกลซื้อเล่มก่อนมาอ่านเลย มันทำให้ผมติดจนต้องหาทุกเล่มที่ผมไม่มีมาอ่านจนได้ เล่มนี้คุณหนุ่มเมืองจันทร์บอกว่าเป็นเนื้อหาที่รวมมาจาก 12 เล่มแรก เอามามัดรวมกลายเป็นเล่มฉลอง 12 ปี แต่ที่น่าสนใจคือคุณหนุ่มเมืองจันทร์แกจะบริจาคค่าลิขสิทธิ์ที่ได้จากหนังสือเล่มนี้ให้กับมูลนิธิที่เกี่ยวกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เล่มนี้เป็นการพิมพ์ครั้งที่ 21...

Read more
  • 17/12/2018
  • 0

เป็นหนังสือที่เลือกหยิบมาเพราะถูกใจหน้าปกในตอนงานหนังสือแห่งชาติเมื่อต้นปี 2560 ที่ผ่านมา สารภาพว่าไม่ได้อ่านอะไรข้างในหรอกตอนจะซื้อ แต่อีกสิ่งที่ทำให้ซื้อก็คือชื่อหนังสือที่พูดถึงเรื่อง “ล็อตเตอรี่” ผมก็เลยคาดเดาไปเองว่า “อ๋อ มันน่าจะเกี่ยวกับเรื่องคนที่ถูกหวยแน่ๆ เออๆ น่าสนใจดีๆ ลองหยิบติดกลับไปเก็บไว้ที่บ้านเผื่อวันไหนจะหยิบมาอ่านดีกว่า” นั่นแหละครับ จากงานหนังสือผ่านไปเกือบครึ่งปี เพิ่งจะได้หยิบมาอ่าน ทีนี้ถึงได้รู้ว่าไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องคนขายหวยหรือถูกล็อตเตอรี่อะไรเลย กลับเป็นเรื่องของ “ล็อตเตอรี่ชีวิตมากกว่า” ล็อตเตอรี่ชีวิตนี้คือการที่ผู้เขียนเลือกเสี่ยงดวงออกจากงานประจำ มาทำงานเป็นนักเขียน ก็ต้องยอมรับว่าเสี่ยงเหมือนซื้อหวยนะ เพราะงานประจำยังไงก็อิ่มท้องทุกสิ้นเดือน แต่ออกมาทำฟรีแลนซ์นี่เหมือนซื้อหวยจริงๆ โดยเฉพาะฟรีแลนซ์ที่ยังไม่โด่งดังมีชื่อเสียงก็ไม่รู้ว่าจะมีหวย หรือโชคดีเป็นงานเข้ามาให้ตัวเองเมื่อไหร่ ผู้เขียนเองถูกหวยจากการเขียนหนังสือเล่มนึง...

Read more
  • 17/12/2018
  • 0

ถ้าพูดถึงชื่อชูวิทย์ ผมเชื่อว่าคงมีน้อยคนในประเทศที่ไม่รู้จัก ตั้งแต่เจ้าพ่ออ่างทองคำถึง 6 แห่ง ตามมาด้วยนักแฉในตำนานเรื่องข้าวผัดกล่องละ 5,000 บาท ต่อมาด้วยการลงสมัครผู้ว่ากรุงเทพจนได้คะแนนหลักแสน แล้วก็กลายมาเป็น ส.ส. ในสภาผู้ทรงเกรียติ์ สุดท้ายมาเป็นนักโทษเด็ดขาดชายชูวิทย์ และก็เพิ่งได้รับอิสรภาพเมื่อไม่นานมานี้เอง ชูวิทย์ เป็นคนที่ใครหลายคนติดตามในเรื่องของฝีปาก กับเรื่องราวด้านมืดมากมายในสังคมที่แฉมาทีทำเอาคนใหญ่โตสะเทือนกันเป็นแถบ แต่ถูกใจชาวบ้านหรือคนที่ไม่ชอบคนใหญ่โตเหล่านั้นมากมาย เล่มนี้ชูวิทย์ไม่ได้แค่แฉ แต่ยังเป็นการตีแผ่จากชีวิตจริงหลังประตูเหล็กกำแพงหินของคุก คุก ชีวิทย์ ให้นิยามว่าเป็นสถานที่พระเจ้าไม่คาดคิด แต่เป็นสิ่งที่มนุษย์นั้นสร้างขึ้นมาเพื่อกักขังกันเอง เพราะชีวิตหลังกำแพงคุกนั้นเหมือนกับถูกขโมยเวลาหายไปจากชีวิต เพราะหลายคนที่ติดอยู่หลายปีพอออกจากคุกมาก็ไม่เหลือชีวิตนอกคุกอีกต่อไป ส่วนใหญ่ก็พ่อตาย เมียหาย...

Read more
  • 15/12/2018
  • 0

101 วิธีในการเลือกใช้ชีวิตอย่างมีความสุข จากผู้สอนหลักสูตรที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด หนังสือเล่มนี้รวบรวมวิธีคิด หรือตัวอย่างจากชีวิตจริงที่เชื่อว่าหลายคนต้องเคยประสบ กับเหตุการณ์ หรือทางเลือกแบบนี้มาก่อน เช่น เมื่อเจอปัญหาที่เหมือนไม่มีทางออกแล้วจะทำยังไงดี เมื่อเจอกับสิ่งที่ไม่มีทางเลือกแล้วจะทำยังไงต่อ หรือควรจะเลือกทางไหนที่ดีที่สุด สำหรับชีวิต..แน่นอนแทบทุกครั้งเราแทบไม่มีทางรู้เลยว่า การเลือกหรือตัดสินใจของเรา จะส่งผลต่ออนาคตอย่างไร สิ่งที่เราส่วนใหญ่ทำได้ก็คือ “คาดหวัง” ให้ผลออกมาดี แต่ทุกครั้งที่ผลออกมาไม่ดีอย่างที่คาดหวังไว้เราก็มักจะจมอยู่กับความเสียใจ วนเวียนไปเป็นเวลานาน จนมักจมอยู่กับความคิดที่ว่า “ถ้าเป็นอย่างนั้น..” หรือ “ถ้ารู้อย่างนี้..” จนเราลืมคิดไปว่า ณ เวลานั้นเราก็ยังมีทางที่จะเลือกได้อยู่ดี...

Read more
  • 02/11/2018
  • 0

เลกเชอร์ครั้งสุดท้ายที่สร้าวแรงบันดาลใจแก่คนนับล้านทั่วโลก สมมติว่าถ้าคุณตรวจพบว่าคุณเป็นโรคมะเร็งในระยะลุกลามและกำลังจะตายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า คุณจะทำอย่างไร?และถ้าคุณเองมีลูกเล็กๆที่แสนจะน่ารัก 3 คนในขณะนั้นล่ะ คุณจะทิ้งอะไรไว้ให้เค้า? หลายคนอาจจะคิดหาทางทิ้งมรกดที่เป็นทรัพย์สินเงินทองไว้ให้ครอบครัวมากที่สุด เพราะเมื่อตัวเองจากไปแล้วพวกเค้าจะได้ลำบากน้อยที่สุดเมื่อไม่มีคุณ แต่ชายผู้นี้ แรนดี เพาซ์ ชายในวัยสี่สิบปลายๆที่มีชีวิตการทำงานที่ดีเป็นศาสตราจารย์ประจำในมหาวิทยาลัยชื่อดังในอเมริกา เลือกที่จะใช้เวลาช่างท้ายสุดของชีวิตไม่กี่เดือนกับการมุ่งมั่นตั้งใจขึ้นพูดปาฐกถาที่มหาวิทยาลัยคาเนกี เมลอน เป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตทิ้งไว้เป็นมรดกให้ลูกๆทั้ง 3 แล้วมันจะถึงลูกๆทั้งสามได้อย่างไรตรงนี้แหละที่น่าคิด แรนดี เพาซ์ มองว่าเค้าจะทำยังไงที่จะได้เหมือนอยู่สอนลูกๆเค้าไปจนโต จนพร้อมที่จะออกไปผจญชีวิตภายนอกเต็มตัวในวันข้างหน้าได้ นั่นก็คือการฝากความคิดและประสบการณ์ทั้งหมดในชีวิตทิ้งไว้ให้กับโลก เพื่อให้โลกนี้ส่งต่อให้ลูกๆเค้าทั้ง 3 คน เพราะการพูดครั้งนี้ได้พูดต่อหน้าคนหลายร้อยจนถึงพันคน และยังมีการถ่ายเก็บบันทึกทั้งหมดไว้เป็นหลักฐานให้ลูกค้าได้ทบทวนดูทุกครั้งเมื่อคิดถึงพ่อผู้ล่วงลับไปแล้ว...