สำนักพิมพ์ มติชน

Read more
  • 19/03/2019
  • 0

หนังสือที่เขียนโดยนักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลชื่อดังอย่าง Paul Krugman ที่ชำแหละเรื่องราววิกฤตการเงินกับเศรษฐกิจโลกในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะวิกฤตต้มยำกุ้ง หรือ Hamberger Crisis ให้คนธรรมดาที่ไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์หรือสายการเงินก็เข้าใจได้ว่า ทั้งหมดทั้งมวลแล้วล้วนเป็นละครเรื่องเก่า พล็อตเดิม แค่เปลี่ยนเสื้อผ้าหน้าผมตัวละครกับฉากใหม่ๆเท่านั้นเอง อยากเห็นเศรษฐกิจล่มจมทั้งประเทศหรอ ไม่ยาก แค่เราทุกคนไปถอนเงินออกจากธนาคารพร้อมกัน แค่นั้นเศรษฐกิจของประเทศนั้นก็เป็นจุลแล้ว แถมรับประกันด้วยว่าประเทศคู่ค้าที่เกี่ยวข้องก็ต้องเจ็บตามกันแน่ๆ ทำไมแค่การถอนเงินพร้อมกันของทุกคนถึงทำให้เศรษฐกิจเล่มได้ล่ะ? เพราะธนาคารของพวกคุณไม่ได้มีเงินสดไว้มากพอสำหรับให้ทุกคนได้ถอนออกไปพร้อมกันในครั้งเดียวน่ะซิครับ เรื่องนี้เคยเกิดขึ้นแล้วที่สหรัฐอเมริกาในยุค 1930 ที่ผู้คนแห่กันไปถอนเงินออกจากธนาคารแห่งหนึ่ง จนเกิดภาวะตื่นตัวหรือควรจะเรียกว่า “ตื่นตูม” กันแห่ออกไปถอนเงินจนทำให้ธนาคารมีเงินสดไม่พอจ่าย เป็นเหตุให้ธนาคารล้มตามๆกัน...

Read more
  • 18/03/2019
  • 0

เมื่อพูดถึงพระพุทธรูป รูปจำลองเคารพถึงพระพุทธเจ้าในศาสนาพุทธที่เป็นศาสนาหลักที่คนส่วนใหญ่ในชาตินับถือ แต่จะมีซักกี่คนที่รู้เหมือนผู้เขียนว่าเบื้องหลังของพระพุทธรูปนั้นมีการเมืองแฝงอยู่แบบที่นึกไม่ถึง หนึ่ง เพื่อความเคารพ แน่นอนว่าพระพุทธรูปอยู่ที่ไหน คนไทยส่วนใหญ่ก็จะให้ความเคารพกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะพุทธหรือไม่ใช่พุทธ แต่ถ้าเป็นคนไทยหรือไม่ใช่ไทยแต่อยู่ในไทยมานาน ก็พอจะรู้ว่าคนไทยนั้นให้ความเคารพพระพุทธรูปอย่างถึงที่สุด แต่อีกนัยหนึ่งคือเพื่อให้ “คนเคารพ” ผู้ที่อัญเชิญพระพุทธรูปนั้นมาอยู่ในครอบครอง ในสมัยก่อนย้อนกลับไปถึงสมัยพระเจ้าตากสิน และเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก(รัชกาลที่ ๑) ก็มีการไปตีเอาเมืองขึ้น แล้วก็ยึดเอาพระพุทธรูปของเมืองเหล่านั้นมาอยู่ในครอบครองที่เมืองหลวงของตัวเอง (ในสมัยนั้นคือกรุงธนบุรี แล้วค่อยมาเป็นกรุงเทพมหานคร) เป็นการแสดงอำนาจที่เหนือกว่าโดยนัยว่าสิ่งสำคัญที่เป็นที่เคารพบูชาสูงสุดของเมืองนั้นตกเป็นของเมืองนี้ ทั้งพระแก้วมรกตที่ได้มาจากเมืองลาว และยังมีพระบาง ที่ได้มาจากเมืองหลวงพระบาง แต่ในตอนหลังมีการนำพระบางกลับคืนไปยังเมืองเดิม เพราะเชื่อว่าถ้าพระแก้วมรกตและพระบางอยู่ด้วยกันจะทำให้แห้งแล้ง ข้าวของแพง ผู้คนอดอยาก...

Read more
  • 27/02/2019
  • 0

ฟิสิกส์ที่เคยเป็นเรื่องยาก(สมัยเรียนมัธยมปลายผมตกติดศูนย์ตลอดเลยครับ) กลับกลายเป็นเรื่องง่ายด้วยเรื่องราวไกล้ตัว ตั้งแต่ 1 วินาทีที่เราคุ้นเคย ในแง่ฟิสิกส์มันคือช่วงเวลา 9,192,631,770 รอบจากการแกว่งของรังสีที่แผ่ออกมาจากอะตอมซีเซียม-133 ในสถานะพื้นขณะเกิดการเปลี่ยนสถานะระหว่าง 2 ระดับพลังงานไฮเปอร์ไฟน์ ไปจนถึง 1 เมตร คืออะไร และ 1 กิโลกรัมจริงๆแล้วคืออะไร ไปจนถึงเรื่องสุดหลุดจินตนาการอย่าง เราสามารถสร้างปืนใหญ่ที่ยิ่งได้แรงพอจนลูกปืนนั้นสามารถวนรอบโลกกลับมาที่จุดที่ยิงมันออกไปได้มั้ย และเจ้าของคำถามหลุดจินตนาการจนฟังดูเพ้อเจ้อนี้ก็คือ เซอร์ ไอแซก นิวตัน อัจฉริยะที่เราทุกคนคุ้นกันดีนี่เอง ถ้าถามว่าคนทำงานโฆษณาการตลาดอย่างผมอ่านหนังสืออย่างนี้ไปจะเอาไปใช้อะไรได้ พี่จิก...

Read more
  • 05/02/2019
  • 0

จุดหมายเดียวกัน แต่กลับมีหลายเส้นทางให้เดินไป ถ้าเปรียบกับการเดินทาง ถ้าจุดหมายปลายทางคือเชียงใหม่ ก็มีหลายทางที่เราจะไปถึงได้ ตั้งแต่นั่งเครื่อง หรือขับรถ ถ้าสมัยก่อนอาจจะมีเดินเรือย้อนขึ้นไป แถมถ้าขับรถไปเส้นทางถนนที่จะพาเราไปถึงเชียงใหม่นั้นก็ไม่ได้มีแค่เส้นเดียว ตั้งแต่ถนนสายหลักตรงผ่านพิษณุโลก หรือจะไปทางจังหวัดตาก ยังไม่นับทางเล็กทางน้อยที่จะพาเราไปถึงเชียงใหม่ปลายทางของเราได้เหมือนกัน ชีวิตก็เหมือนกัน จุดหมายปลายทางเดียวกัน แต่กลับมีเส้นทางมากมายให้เราเลือกเดิน บางคนจุดหมายปลายทางคือความร่ำรวย ก็มีตั้งแต่เป็นผู้บริหารเงินเดือนหลายแสน หรือจะเป็นเจ้าของธุรกิจเงินหมุนเวียนหลายล้าน หรือบางคนจะเลือกทางลัดเล็กๆอย่างเล่นหวย หรือบางคนอาจจะเลือกทางลัดที่เสี่ยงหนักๆขายยาผิดกฏหมาย แต่ทุกทางนั้นล้วนมาจากการ “เลือก” ของแต่ละคนที่แตกต่างกัน ก็เพราะชีวิตก็คือการเลือก แม้กระทั่งไม่เลือกก็ยังนับว่าเป็นการเลือกที่จะไม่เลือกเหมือนกัน ดังนั้นฟาสต์ฟู้ธุรกิจเล่มที่...

Read more
  • 04/02/2019
  • 0

“ความหวังเปรียบเสมืองพระเครื่องทางใจ” คุณหนุ่มเมืองจันท์เปรียบเทียบไว้ได้น่าสนใจ สำหรับผม “ความหวัง” เป็นเหมือนการให้กำลังใจตัวเองนิดๆ หลอกตัวเองหน่อยๆ แต่เป็นการหลอกแบบ White lie คือหลอกตัวเองในแง่ดีว่าวันพรุ่งนี้จะดีกว่าวันนี้ หรือเรื่องดีๆกำลังจะตามมา แต่พอกลับมาคิดย้อนดู “ความหวัง” ก็ไม่ใช่การหลอกตัวเองในแง่ดีเสมอไปซะทีเดียว และไม่ได้ถึงขั้น “โลกสวย” เหมือนที่ชอบแดกดันกัน แต่ความหวัง ในแง่นึงก็เหมือนความจริง อย่างเวลาที่เราเจอเรื่องร้ายๆ โดยเฉพาะเรื่องที่ร้ายแรงและหนักหนามากๆในชีวิตเรา เรามักจะคิดว่าเราคงผ่านมันไปไม่ได้ มันคงไม่หายไปไหน หรือที่แย่ที่สุดคือเราเผลอคิดไปว่านี่เรื่องร้ายนี่เป็นเรื่องถาวรของชีวิตแล้ว แต่ในความเป็นจริง ไม่มีใครในโลกนี้หรอกที่จะเป็นคนที่จะเจอแต่เรื่องร้ายๆได้ทั้งชีวิต...

Read more
  • 03/02/2019
  • 0

คำถามก็เหมือนกับเข็มทิศ ที่จะชี้บอกว่าปลายทางที่เราต้องการจะไปถึงคือตรงไหน ส่วนคำตอบก็เปรียบได้กับเส้นทาง ที่เราจะก้าวเดินไปเพื่อให้ถึงปลายทางของคำถามนั้น ดังนั้นถ้าผิดตั้งแต่คำถาม คำตอบที่ได้มากต่อให้สวยงามแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ เช่น MK เองเคยมีปัญหาหลังจากเปลี่ยนมาใช้เตาไฟฟ้าว่า “น้ำเดือดช้า” ถ้าใครที่มีเตาไฟฟ้าที่บ้านจะรู้ดีว่าเวลาต้มน้ำด้วยเตาไฟฟ้านั้นไม่ร้อนเร็วสะใจเหมือนเตาแก๊สเลย ทางคุณฤทธิ์ ธีระโกเมน เจ้าของ MK เองมีพื้นฐานมาจากวิศวกรก็เลยใช้วิธีตั้งคำถามว่า น้ำเดือดด้วยอะไร คำตอบที่ได้คืออุณหภูมิ คุณฤทธิ์ เลยตั้งคำถามต่อไปว่า แล้วมีอุณหภูมิอะไรบ้าง หนึ่งคือตัวเตาส่งไปยังตัวน้ำ สองคือตัวน้ำที่เดือดแล้ว จากคำถามนี้เองเลยได้คำตอบที่ทำให้น้ำซุปเดือดเร็วง่ายๆว่า ก็ทำให้น้ำมันร้อนพร้อมเดือดซิ คำตอบง่ายมากครับ...

Read more
  • 02/02/2019
  • 0

จากภาพหน้าปกก็พอเดาได้ว่าจากหนอนตัวอ้วนกลมที่ได้แต่กระดื๊บ กระดื๊บ ทีละนิด กำลังจะเปลี่ยนผ่านกลายเป็นผีเสื้อปีกใหญ่ที่จะโบยบินออกไปได้ไกลเกินกว่าที่ตัวหนอนจะจิตนาการได้ แต่เจ้าหนอนผีเสื้อนั้นในวันที่มันยังเป็นหนอนมันคงไม่คิดว่าชีวิตมันจะเปลี่ยนแปลงอะไรไปกว่าที่เป็นอยู่ เปรียบกับชีวิตคนเราก็เหมือนกัน เรามักจะคิดว่าสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนั้นคงทนถาวร แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีการเปลี่ยนแปลงข้างหน้ารออยู่อีกมากมาย แม้บางเรื่องจะไม่เป็นที่ต้องการ แต่ก็เหมือนกับชีวิตที่มีทั้งสองด้านสลับกันเสมอ เหมือนคำโบราณท่านว่า “ชั่วเจ็ดที ดีเจ็ดหน” ไม่มีใครบนโลกที่จะเจอชั่วสิบสี่ทีไม่มีดีซักหนเลยหรอกครับ คุณหนุ่มเมืองจันท์ และหนังสือฟาสต์ฟู้ดธุรกิจเล่มนี้รวมเรื่องราวเรื่องเล่าจากนักธุรกิจ นักคิด นักธุรกิจของเมืองไทยมากมาย เกี่ยวกับเรื่องราวการเกิดวิกฤตทางธุรกิจต่างๆของแต่ละแบรนด์ ซึ่งล้วนแต่เป็นแบรนด์ดังๆทั้งนั้น ทั้งออฟฟิศเมทที่จากจะเจ๊งกลายมาเป็นธุรกิจหมื่นล้านได้ยังไง หรือไทยแอร์เอเซียจากที่เคยถูกแขวนไว้กับเทมาเซกจนเป็นได้อย่างทุกวันนี้ หรือธุรกิจที่พักโฮสเทลเล็กๆอย่างสุเนต์ตา เปลี่ยนจากเจ๊งให้กลายเป็นเจ๋งจนโตแล้วโตอีกได้ยังไง ยังมีอีกหลายเรื่องหลายเคสที่เล่าไม่หมด เพราะเดี๋ยวคุณหนุ่มเมืองจันท์จะตามมาด่าเอาว่าสรุปจนไม่เหลือให้อ่าน แต่สิ่งสำคัญคือ...

Read more
  • 27/01/2019
  • 0

เล่มล่าสุดจากงานหนังสือล่าสุดที่ผ่านมา(ปลายปี2560)ของคุณ หนุ่มเมืองจันทร์ นักเขียนชายที่ทำให้ผมตกหลุมรักในสำนวนลีลาการเขียนของแกซะเหลือเกิน ในชื่อเล่มว่า “ชีวิตผิดได้” เหมือนจะ “ไม่ได้” แต่ก็มีการขีดฆ่าทับจงใจให้ดูออกว่าชีวิตจริงมันผิดได้เว้ย ถ้าจะให้สรุปก็คงสรุปได้ไม่ยากเลยว่า เต็มไปด้วยเรื่องราวที่ “ผิด” และ “พลาด” จากคนเก่งทั้งดังและไม่ดังจากทั่วโลก ที่กว่าจะเก่งและดังได้อย่างทุกวันนี้ในจริงในชีวิตเค้าเต็มไปด้วยบทเรียนจากความผิดพลาดมากมาย และในโลกที่เราคุ้นเคยกับการ “ห้าม” การ “ผิด” ในแทบทุกเรื่องตั้งแต่เป็นเด็กเล็กจนเริ่มเข้าเรียน ตั้งแต่เลิกเรียนจนเข้าสู่วัยทำงาน เราถูกหล่อหลอมสั่งสอนเหลือเกินให้อย่าทำพลาด หลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะทำผิด โดยหารู้ไม่ว่าเส้นทางสู่ความสำเร็จของคนที่ประสบความสำเร็จทั้งหลายนั้น เต็มไปด้วยบทเรียนจากความผิดพลาดที่ยากจะมีสอนจากที่ไหน เหมือนประโยคนึงที่ผมจำเนื้อหาได้...

Read more
  • 13/01/2019
  • 0

เรื่องราวประวัติศาสตร์ไฟของมนุษย์ พูดถึงว่าการใช้ไฟทำให้มนุษย์ต่างจากลิงเอปยังไง มนุษย์เองถูกจัดให้เป็นลิงหรือไพรเมทประเภทหนึ่ง แต่เป็นลิงที่ไม่มีขนเหมือนลิงเอปทั่วไป ผมขอสรุปย่อๆแบบนี้แล้วกัน..มนุษย์เองเริ่มแตกต่างจากลิงต้นกำเนิดเพราะรู้จักการกินอาหารสุก การกินอาหารสุกทำให้เราได้รับพลังงานมากขึ้น และดูดซึมสารอาหารได้เร็วขึ้น ทำให้เราใช้เวลาในการกินอาหารน้อยลงมาก จนไม่มีสิ่งมีชีวิตใดจะกินอาหารได้รวดเร็วเท่ามนุษย์ การที่เรากินอาหารได้เร็ว และย่อยดูดซึมได้เร็วเพราะเรากินอาหารปรุงสุก ที่ผ่านการทำความร้อน ทำให้ระบบย่อยอาหารเราเล็กลงกว่าสัตว์ชนิดเดียวกันมาก นั่นหมายความว่าพลังงานที่เราจะต้องสูญเสียไปในขั้นตอนการย่อยอาหารและพลังงาน ให้กับอวัยวะการย่อยอาหารลดน้อยลง เลยทำให้มีพล้งงานเหลือไปพัฒนาส่วนอื่นของร่างกาย นั่นก็คือสมอง สมองที่พัฒนาขึ้นจากการเริ่มกินอาหารสุกเมื่อ 1.9 ล้านปีที่แล้ว ทำให้เราเป็นเราในทุกวันนี้  แค่เริ่มต้นจากการใช้ไฟ เริ่มต้นจากการกินอาหารที่ปรุงสุกผ่านความร้อน ทำให้มนุษย์เรากลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ครองโลกและกำลังทำลายล้างโลกในทุกวัน.. อ่านมื่อปี 2016

Read more
  • 13/01/2019
  • 0

เรื่องราวประวัติของนักการทูตด้านเศรษฐศาสตร์คนสำคัญ ที่เชื่อว่าคนไทยหลายคนคุ้นเคยกับ Sir John Bowring จากตำราเรียนวิชา สปช ในหมวดหมู่ประวัติศาสตร์ชาติไทย เกี่ยวกับสนธิสัญญาเบาว์ริ่ง ที่เกี่ยวกับการค้าข้าวและเปิดการค้าเสรีกับต่างชาติในสมัยรัชการที่ 4 ซึ่งหนังสือเรียนเราบอกแค่หัวข้อสรุปผิวเผิน แต่ขาดข้อมูลเชิงลึกที่แท้จริงว่ามหาอำนาจอย่างอังกฤษสนใจสยามประเทศที่ถือว่ากระจ้อยร่อยมาก ถ้าเทียบกับหลายประเทศในแถบเอเซียทั้งหลายไปทำไม เหตุผลนึงที่อังกฤษสนใจสยามเพราะต้องการข้าวที่สยามปลูกอย่างกว้างขวางเป็นอย่างมากในสมัยนั้น เพื่อไปใช้เลี้ยงปากท้องชาติอาณานิคมอย่างอินเดียเป็นหลัก และถือว่าสนธิสัญญาของเซอร์เบาว์ริ่งที่มีต่อประเทศไทยนั้น เป็นงานเปรียบเทียบกับประเทศจีนที่มีปัญหา ในการทำสัญญาระหว่างกันในช่วงเวลาเดียวกัน ที่เป็นเหตุให้เกิดสงครามฝิ่นครั้งที่สองตามมา ด้วยเหตุเรือเพียงลำเดียวของจีน แต่จากสนธิสัญญาเบาว์ริ่งครั้งนั้นก็ทำให้คนไทยเดือดร้อนไปทั่วหัวระแหง โดยเฉพาะกับชนชั้นสูงที่ปกครองดูแลการเก็บส่วยภาษีแทนรัฐ ที่ต้องขาดรายได้จากการผูกขาดในสมัยนั้น ก่อให้เกิดการจราจลในกรุงเทพจากชาวจีนตามมา หนังสือเล่มนี้ถือเป็นจุดเริ่ม...