8 สิ่งที่คนเก่งมากๆ มีร่วมกัน Parin Talk

สรุปหนังสือ 8 สิ่งที่คนเก่งมากๆ มีร่วมกันโดยพี่อ๋อง Parin หนึ่งในคำถามที่หลายคนคงอยากรู้เหมือนกับผม นั่นก็คือคนเก่งๆ ทั้งหลายเขามีลักษณะนิสัยพฤติกรรมหรือ Pattern อย่างไร จากประสบการณ์ที่ได้พูดคุยและรู้จักกับคนเก่งทั่วฟ้าเมืองไทยมากมายของพี่อ๋อง Parin ทำให้สรุปออกมาได้เป็น 8 สิ่งที่คนเก่งมากๆ มีร่วมกันประกอบดังนี้ครับ

1. Passion, Drive, Grit เปี่ยมไปด้วยปรารถนาและอดทน

เอาง่ายๆ คือมีความหมกมุ่นหลงไหนในงานที่ทำ ไม่มีคำว่า work life balance สามารถชักจูงให้คนอื่นเชื่อตามได้แม้จะไม่เห็นด้วยในตอนแรก หรือต่อไม่มีใครเห็นด้วยก็ไม่สนใจ เพราะเห็นภาพปลายทางอยู่ในใจแล้วว่าถ้าสำเร็จจะเป็นอย่างไร

จากนั้นก็มีความบ้าพลังเพราะมี Passion เป็นเชื้อเพลิง สามารถกระตุ้นคนรอบข้างให้มีพลังด้วยได้ แม้คนรอบข้างจะเหน็ดเหนื่อยแสนสาหัส แต่ก็ยังต้องทำเพราะเชื่อว่าถ้าทำตามนี้จนสำเร็จได้จะเกิดมรรคผลยิ่งใหญ่ในท้ายที่สุด

ไม่เสร็จ ไม่ยอม ซ้อมหรือลงมือหนักกว่าคนปกติมาก ยอมสละหลายๆ สิ่งที่คนทั่วไปให้ความสำคัญ เรียกได้ว่ามีเป้าหมายเป็นแรงขับเคลื่อนชีวิตก็ว่าได้ครับ

เรียกได้ว่าเป็นคนที่มีเป้าหมายในชีวิตชัดเจนครับ

2. Self-Aware รู้จักตัวของตนอย่างลึกซึ้ง

รู้ว่าตัวเองรู้อะไร รู้ว่าตัวเองขาดอะไร เข้าใจว่าอะไรที่ตัวเองทำแล้วดีกว่า หรืออะไรที่ให้คนอื่นทำแล้วจะดีกว่า ชัดเจนในสิ่งที่ต้องการ ทำให้ชัดเจนในสิ่งที่ไม่ต้องทำในตอนนี้ เรียกว่ามีกลยุทธ์ในชีวิตชัดเจน

3. Great Listener ฟังได้ถึงเรื่องที่ไม่ได้เอ่ย

ฟังเก่ง ฟังเป็น จับประเด็นได้ สามารถฟังถึงเจตนาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังของผู้พูด ไม่ได้เห็นในสิ่งที่พูด แต่สามารถเห็นถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำพูดได้

4. Time Machine Vision เห็นปัจจุบันเลยยังอนาคตและอดีต

มองปัจจุบันเห็นอนาคต รู้ว่าสิ่งที่ทำหรือเกิดขึ้นวันนี้จะส่งผลอย่างไรบ้างในวันหน้า เห็นปัจจุบันก็รู้ว่าก่อนหน้านี้หรืออดีตเกิดอะไรขึ้นมา ความน่าสนใจคือพี่อ๋องบอกว่าคนแบบนี้จะมองคนเก่งด้วยกันออก เหมือนผีเห็นผี ถ้ายิ่งมีประสบการณ์สูงๆ จะมองเจตนาของคนออกด้วย เรียกได้ว่ามองขาดจริงๆ ครับ

5. Adapt to people, Adapt to situation ปรับจิตใจไปสู่คน สู่สถานการณ์

ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมบริบทใหม่ๆ ได้รวดเร็ว ไม่ยึดติดกับอดีต อะไรใหม่พร้อมลอง อะไรไม่เวิร์คพร้อมเลิก ต่อยอดไอเดียจากคำพูดคนรอบข้างได้เกินที่เจ้าตัวคนพูดจะคิดถึง

6. High Outcome Deliver ส่งมอบผลงานที่ยอดเยี่ยม

คนเก่งมากๆ จะเป็นคนที่ทำมากกว่าพูด ต่อให้เป็นคนพูดมากขี้โม้ก็ยังทำมากกว่าที่โม้ไว้อยู่ดี ที่น่าสนใจคือไม่ค่อยบอกว่า “ทำไม่ได้” นี่แหละครับคนเก่งที่แท้จริงเพราะเขาจะพยายามคิดอยู่เสมอว่า “ถ้าจะทำให้ได้ต้องทำอย่างไร?” เพราะถ้าเราตั้ง mindset ว่า “ทำไม่ได้” จบแค่นี้เลย จะไม่มีการพยายามคิดต่อ แต่ถ้าเราคิดว่ามันทำได้แต่แค่ต้องทำยังไง เราจะค้นหาหนทางมากมายร้อยพันเพื่อทำสิ่งนั้นให้สำเร็จ

7. Make it Simple เปี่ยมด้วยความลึกซึ้งแต่เรียบง่าย

คนเก่งมากๆ มักทำเรื่องยากให้ง่าย เพราะเขาเข้าใจถึงแก่นแท้ในเรื่องนั้น ไม่ใช่พวกพูดน้ำไหลไฟดับแต่คนฟังจับประเด็นอะไรไม่ได้เลย

คนเก่งมากๆ จะไม่ใช่พวกพูดเรื่องยากให้ยากขึ้น หรือทำเรื่องง่ายให้ยาก ดังนั้นถ้าเมื่อไหร่คุณเจอคนพวกนี้ ให้คิดในใจไว้ได้เลยครับว่าที่เขาพูดให้ง่ายไม่ได้อาจเป็นเพราะเขายังไม่เข้าใจเรื่องนั้นอย่างถ่องแท้

ดังนั้นคนเก่งมากๆ จึงสื่อสารได้ดี ทั้งภาษากาย ภาษาพูด และหนังสือเล่มนี้ยังบอกว่าคนเก่งมากๆ มักจะพูดได้หลายภาษา ส่วนจะเป็นภาษาอะไรบ้างไปหาอ่านในเล่มเอานะครับ

8. Give, Push and Lift people ยกจิตใจคนรอบตัวให้สูงขึ้น

คนเก่งมากๆ เขาไม่กลัวว่าใครจะเก่งกว่า เขาจะชอบสอนคนรอบตัวให้เก่งขึ้น กล้าบอกทุกอย่างที่ตัวเองรู้โดยไม่หวง เพราะรู้ว่าต่อให้รู้ไปก็ยากจะไล่ตามได้ทัน และจากประสบการณ์ส่วนตัวผมพบว่าคนเก่งมากๆ ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน พวกเขาแค่เลือกบริหารเวลา 24 ชั่วโมงให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด ดังนั้นต่อให้รู้ไปก็ใช่ว่าจะลอกหรือทำตามได้โดยง่าย

นี่คือ 8 สิ่งที่คนเก่งมากๆ มีร่วมกันที่พี่อ๋อง กลั่นออกมาจากประสบการณ์ตรงของตัวเองและจากที่พบเจอคนเก่งมากๆ มามากมาย ผมขอหยิบเนื้อหาบางส่วนในหนังสือเล่มนี้มาเล่าสู่กันฟัง ขอสรุปอีกขั้นเป็น 8 ประเด็นที่ผมชอบมากๆ จากหนังสือ แปดสิ่งที่คนเก่งมากๆ มีร่วมกัน

8 ประเด็นที่ผมชอบมากๆ จากหนังสือ แปดสิ่งที่คนเก่งมากๆ มีร่วมกัน

1. อยากเก่งต้องฉลาดฟัง

ผมชอบประเด็นนี้เพราะพี่อ๋องเล่าถึงคนรุ่นใหม่บางคนที่คิดว่าตัวเองเก่งมากๆ ก็ไม่แปลกใจที่จะคิดแบบนั้นเพราะเขาคนนั้นเรียนในห้องได้เก่งมาก มากแบบว่าอาจจะทิ้งเพื่อนร่วมชั้นไม่เห็นฝุ่น

ทีนี้เด็กคนนั้นเลยถามพี่อ๋องว่า ถ้าเรารู้ว่าเราเก่งกว่าเราจำเป็นต้องฟังคนอื่นที่ไม่ได้เก่งกว่าเราด้วยหรอ ในเมื่อความคิดเราถูกกว่าอยู่แล้วต่อให้อีกฝ่ายจะเป็นผู้ใหญ่ก็ตาม

ประเด็นน่าสนใจอยู่ตรงที่ว่าถ้าเราคิดว่าเราเก่งแล้วเราไม่เก็บอะไรมาเพิ่มเลย ความเก่งเราก็จะอยู่แค่นั้น อย่าลืมว่าที่เราเก่งได้อย่างทุกวันนี้เพราะเรารับข้อมูลเข้ามามากๆ ไม่ว่าจะรับผ่านการอ่าน ดู ฟัง หรือลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง

ดังนั้นความเห็นของคนอื่นโดยเฉพาะคนที่มีประสบการณ์มากกว่าก็จะสามารถทำให้เราเก่งขึ้นได้

ความน่าสนใจของประเด็นนี้คือพี่อ๋องเปรียบกับเวลาเราเล่นเกมออนไลน์ (ผมเดาว่า Ragnarok สมัยก่อน) เวลาเราออกไปล่าบอส ออกไปตีมอนสเตอร์ตัวเก่งๆ เวลามันตายแล้วดรอปของออกมาเรามัวมาเลือกหรือไม่ว่าเราจะเก็บอะไรบ้าง หรือเรากดรัวๆ เก็บมันให้หมดทุกอย่างก่อนแล้วค่อยมาคัดเอาทีหลังว่าอะไรขยะ อะไร rate item

ดังนั้นถ้าอยากเป็นคนเก่งมากๆ ไวๆ ต้องฉลาดฟังให้เก็บความเห็นที่มีประโยชน์มาใช้นะครับ

2. ศิลปะการติติง

เพราะน้อยคนนักจะรู้ว่าควรคอมเมนต์หรือให้ความเห็นคนอื่นอย่างไร แม้เจ้าตัวจะบอกว่าพูดมาได้ตรงๆ แต่ส่วนใหญ่แล้วกลับไม่ค่อยชอบความเห็นตรงๆ เท่าไหร่ โดยเฉพาะคนเป็นหัวหน้าต้องรู้สึกพูดติลูกน้องให้เขาไม่รู้สึกลบกับเรา แต่ต้องให้เขารู้สึกอยากจะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นด้วยตัวเองให้ได้ นั่นก็คือการพยายามบอกให้เขารู้สึกว่าเรา “คาดหวัง” กับเขามากกว่านี้ มากกว่าที่เขาทำออกมาในตอนนี้

และจากการที่เราบอกว่าเราคาดหวังกับเขามากกว่านี้เป็นการบอกให้รู้ว่าเราผิดหวังในตัวเขา แล้วธรรมชาติของคนส่วนใหญ่คือไม่ชอบให้คนอื่นรู้สึกผิดหวังในตัวเรา แสดงว่าเขาคาดหวังว่าเรามีดีกว่าที่เราแสดงออกมา แสดงว่าเรามีศักยภาพมากกว่าที่เราคิดไว้อีกมาก นี่แหละครับถึงจะเป็นศิลปะการติติงที่ทุกคนควรเรียนรู้ที่จะนำไปใช้

ถัดมาคือศิลปะการปฏิเสธ ถ้าสังเกตดีๆ คนเก่งๆ ไม่ได้รับทุกอย่างมาทำเสมอไป แต่เขารู้จักเลือกทำในสิ่งที่ถนัด สิ่งที่เห็นว่าจะผลิดอกออกผลได้ดีในอนาคตก็ด้วยการเลือกทำ และเลือกไม่ทำ

ดังนั้นการปฏิเสธที่ดีคือการรู้จักบอกปัดโดยไม่พูดคำว่า “ไม่”

บอกเลยว่าเรื่องนี้จริงมากๆ ครับ ทุกคนต้องหมั่นฝึกฝนที่จะปฏิเสธให้อีกฝ่ายยอมรับให้ได้นะครับ แม้ช่วงแรกจะยากมาก แต่บอกได้เลยว่าคนเก่งมากๆ เค้าทำเรื่องนี้กันได้ดีจริงๆ

ส่วนเทคนิคส่วนตัวผมหรอ ใช้วิธีทำให้เขาต้องย้อนกลับมาปฏิเสธเรื่องที่เขาต้องการด้วยตัวเขาเองครับ

3. ลูกค้าไม่รู้แต่ไม่เคยผิด

หลายคนชอบหงุดหงิดไม่พอใจเวลาลูกค้าทัก inbox มาถามว่าราคาเท่าไหร่ ซื้อได้ที่ไหน หรือร้านเปิดวันไหนบ้าง หลายคนอาจสวนลูกค้ากลับว่า “ก็มีอยู่ตรงนั้นไม่เห็นหรืออย่างไร?” ใช่ครับ ลูกค้าไม่รู้ หรือแม้แต่ลูกค้าไม่ยอมอ่านดูให้ละเอียด แต่ถ้าถามว่าลูกค้าผิดไหมบอกได้เต็มปากเลยว่า “ไม่” ถ้าเรายังอยากขายลูกค้าคนนี้ได้

เพราะยิ่งเราตอบคำถามลูกค้ามากเท่าไหร่เขาก็จะยิ่งรู้สึกว่าเราดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี จนทำให้ในที่สุดเราก็มีโอกาสปิดการขายได้มากขึ้น นี่แหละครับสิ่งที่คนเก่งๆ เขาทำกันโดยเฉพาะคนที่ขายของออนไลน์ พวกเขามักคิดว่าลูกค้าไม่ผิดที่ไม่รู้ ผิดที่เราต่างหากที่ไม่ยอมทำให้รู้มากขึ้นทั้งที่ทำได้

4. อย่าลืมใส่จุดซื้อเข้าไปด้วย

ผมชอบประเด็นนี้เพราะเป็นสิ่งมี่ผมเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกัน ในฐานะนักการตลาดเรามักถูกสอนให้ใส่จุดขายเข้าไปในสินค้าหรือบริการของเรา แต่พี่อ๋องล้ำไปอีกขั้นบอกให้เราใส่จุดซื้อเข้าไปด้วย เพราะการที่เราทำให้เขาอยากได้แล้วก็อย่าลืมกระตุ้นให้เขาต้องกดซื้อกับเราไวที่สุด

เหมือนเว็บจองโรงแรมที่ชอบบอกว่ามีคนอีกหลายคนกำลังดูห้องเดียวกับคุณอยู่นะ รีบกดจองก่อนจะเต็มดีไหม

5. สิทธิบัตรไม่ได้มีไว้กันลอก แต่มีไว้ล็อคไม่ให้ขาย

ประเด็นนี้ก็เป็นเรื่องใหม่สำหรับผมเหมือนกัน แต่เดิมผมเคยคิดว่าการจดสิทธิบัตรมีไว้เพื่อกันคนอื่นลอกความคิดไอเดียเรา แต่ที่ไหนได้ครับพี่อ๋องบอกว่าสิทธิบัตรไม่ได้มีไว้กันลอกเป็นหลัก แต่มีไว้ให้เราสามารถยึดของกลางที่ลอกเรามาระหว่างการดำเนินคดีอันยืดเยื้อ แล้วระหว่างนั้นเราก็รีบขายออกไปให้ได้มากที่สุด

เรียกได้ว่าเป็นกลยุทธ์การล็อคกำลังศัตรู ปล่อยให้ศัตรูทำออกมาแล้วเราก็ตัดกำลังไปถึงสองต่อ

6. คนรวยเพราะทำมากกว่าพูด

เราคงเห็นหลายครั้งคนรวยๆ มักถูกแขวะทำนองว่ามีเงินอย่างเดียวซื้อไม่ได้ หรือเพราะรวยมาแต่กำเนิดหรือมีทุนชีวิตมาดึจึงรวยง่าย

แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป แทนที่จะเอาเวลาไปแขวะชีวิตคนรวยเขาสู้เอาเวลานั้นไปทำงานหาเงินให้ตัวเองรวยบ้างจะดีกว่า

ที่ผมชอบประเด็นนี้เพราะพี่อ๋องเปรียบเปรยได้ดี คนที่บอกว่ารวยเพราะเกิดมาในตระกูลดี หรือบ้านที่รวยเป็นทุนเดิม นั่นก็เป็นเพราะชาติก่อนเขาทำบุญมาเยอะจึงได้สบายในชาตินี้

โอเคครับ แสดงว่าเขาทำมาเยอะก่อนจะรวยหรือประสบความสำเร็จให้คนบางคนอิจฉาได้ ดังนั้นแบ่งเวลาที่อิจฉาไปทำมาหากินให้ตัวเองรวยน่าจะดีกับตัวเองที่สุด

7. ขี่ช้างจับตั๊กแตน จ้างร้อยเล่นล้านวันนี้ เพื่อวันหน้าจะได้มีคนจ้างเราสิบล้านแทนครับ

ผมชอบบทนี้ที่พี่อ๋องเล่าว่าครั้งหนึ่งเขาเคยจ้างดีไซเนอร์ทำงานหนึ่งด้วยบัดเจทที่ไม่เยอะ คือมีแค่ 3,000 แต่พอพี่อ๋องดูงานที่ส่งมาพบว่าทำเกินเงินค่าจ้างไปมากจนรู้สึกเกรงใจแล้วก็จ่ายเพิ่มกว่าที่ตกลงกันไว้อีกเกือบเท่าตัว

หลังจากนั้นเวลามีคนถามหาพี่อ๋องให้แนะนำดีไซเนอร์คนออกแบบให้หน่อย พี่อ๋องไม่ลังเลใจที่จะแนะนำคนนี้ให้ พร้อมกับยังคิดราคาแพงๆ ให้ล่วงหน้าเพื่อจะได้ช่วยยกระดับค่าออกแบบของดีไซเนอร์คนนี้ไปในตัว

ดังนั้นใครที่เป็นคนทำงานแล้วมัวแต่คิดว่าจ้างร้อยฉันจะเล่นสิบ จ้างสิบฉันจะเล่นหนึ่งให้ลองคิดใหม่ เพราะทุกผลงานที่ทำออกไปสุดท้ายแล้วมันจะวกกลับมาหาคุณไม่ทางใดทางหนึ่ง

จนทำงานให้คนจ้างรู้สึกว่าเราจ่ายเงินให้เขาน้อยไปหรือเปล่า นั่นแหละครับคือเคล็ดลับของคนเก่งมากๆ ที่มีร่วมกัน จงทำงานเพื่อให้เป็นผลงานของคุณเอง แล้วสุดท้ายผลนั้นจะย้อนกลับมาหาคุณไม่น้อยกว่าที่ทุ่มทุนทำไป ผมกล้าการันตีเรื่องนี้จากประสบการณ์ของผมเองที่ทำงานเป็นบ้าเป็นหลัง ทำทุกวันไม่มีวันหยุด และทำถึงดึกดื่นในทุกคืนก็ว่าได้ครับ

8. มั่วเจ็ดปี ดีเจ็ดหน

ผมชอบบทนี้เพราะพี่อ๋องเล่าถึงเคสพวกนักวิชาการ กูรู หรือที่ปรึกษามักชอบหยิบยก case study ดังๆ จากบริษัทใหญ่ๆ ในต่างประเทศมาพรีเซนต์นำเสนอผู้บริหารและเพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่ออกความเห็นว่าทำไมถึงไม่ทำอย่างนั้นที่เคยอ่านเจอมาจากในตำราหรือ White paper จากบริษัทดังๆ ชั้นนำหละ

ประโยควาทะที่ฟังดูคมคายดุจใบมีดโกนไม่อาจตัดต้นไม้ใหญ่ได้เสมือนขวานที่คมน้อยกว่า ที่ถ้อยคำอาจไม่สวยงาม ฟังดูแล้วไม่มีความเป็นสูตรสำเร็จ มีแต่การลงมือทำเท่านั้นจึงจะตัดอุปสรรคไม้ใหญ่ออกไปจากทางได้

ดังนั้นจงลงมือทำให้มาก เหมือนกับชื่อบทว่าลองผิดลองถูกเจ็ดปี อาจจะเจอที่ดีแค่เจ็ดหน เพียงแต่ว่าแต่ละหนที่พบเจอนั้น Big Imapct เป็นส่วนใหญ่ครับ

สรุปหนังสือ 8 สิ่งที่คนเก่งมากๆ มีร่วมกัน

ผมอยากแนะนำให้คนที่อยากเก่งได้อ่านหนังสือเล่มนี้เร็วที่สุด เพราะคุณยิ่งอ่านเร็วเท่าไหร่คุณก็จะยิ่งรู้ว่าอะไรที่ควรทุ่มเวลาทำ และอะไรที่ไม่เคยเสียเวลาให้

ถ้าคุณอยากเป็นคนเก่งมากๆ ลองอ่านแล้วสำรวจตัวเองอยู่ตลอดทุกบทเหมือนผมว่า ตอนนั้นเราทำแบบไหน แล้วตอนนี้เราทำอะไรอยู่นะ

อ่านแล้วเล่า สรุปหนังสือเล่มที่ 26 ของปี

สรุปหนังสือ 8 สิ่งที่คนเก่งมากๆ มีร่วมกัน พี่อ๋อง Parin Nasket ถ้าอยากรู้คนเก่งมากๆ เขามีลักษณะนิสัยพฤติกรรมแบบใด หนังสือเล่มนี้มีคำตอบครับ

8 สิ่งที่คนเก่งมากๆ มีร่วมกัน
พี่อ๋อง Parin
สำนักพิมพ์ 1168 Publishing Biz Idea

อ่านสรุปหนังสือแนวนี้ต่อ > คลิ๊ก

สั่งซื้อออนไลน์ > https://click.accesstrade.in.th/go/X2wKmVSc