The Airbnb Story ห้องว่างสร้างธุรกิจหมื่นล้าน

Airbnb แพลตฟอร์มหาที่พักที่ใครหลายคนคุ้นเคยดี ผมเองก็เป็นอีกหนึ่งคนที่เวลาจะไปเที่ยวไหน จะเลือกหาที่พักผ่าน Airbnb ก่อนจะเข้า Agoda หรือเว็บจองที่พักทั้งหลาย ยกเว้นบางที่พักที่ unique จริงๆที่ต้องจองผ่านที่พักนั้นตรงครับ

ดังนั้นในฐานะที่ผมเป็นหนึ่งในลูกค้าประจำของ Airbnb ผมเลยดีใจมากที่ทางสำนักพิมพ์เนชั่นส่งหนังสือเล่มนี้มาให้อ่านถึงบ้าน เพราะน่าจะรู้แนวผมแล้วว่าผมชอบหนังสือประมาณไหน ที่รู้ว่าพอส่งมาปุ๊บแล้วจะอ่านปั๊บ ไม่ค่อยถูกดองไว้เหมือนเล่มอื่น (ขอโทษด้วยนะครับ T_T ไว้หนังสือที่ผมชอบมากๆหมดชั้นผมจะหยิบมาอ่านต่อทันทีครับ)

ถ้าจะบอกว่าหนังสือเล่มนี้เป็นชีวประวัติของ Airbnb ก็ไม่ผิดนัก เพราะเริ่มตั้งแต่ 3 ผู้ก่อตั้งว่าเป็นใครมาจากไหน และกว่าจะมาเป็น Airbnb ที่ยิ่งใหญ่กว่าบริษัทที่พักใดๆบนโลกได้แม้จะไม่มีห้องพักของตัวเองซักห้องในวันนี้นั้นต้องผ่านอุปสรรคนานับประการ ต้องถึงขั้นกินอาหารเช้าซีเรียลเปล่าๆแบบไม่มีนมใส่ด้วยซ้ำครับ

เอาล่ะ เกริ่นมาก็เยอะแล้ว ผมขอเข้าสู่การสรุปหนังสือ The Airbnb Story ทีละประเด็นที่ผมเห็นว่าน่าสนใจเลยนะครับ

รู้มั้ยครับว่า Airbnb นั้นโตมาช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ ในช่วงที่อเมริกาประสบวิกฤต Hamburger Crisis ทำให้คนที่มีบ้านอยู่ก็อยากจะเปิดบ้านของตัวเองเพื่อหารายได้เสริมเพิ่มขึ้น ลองคิดดูซิครับว่าถ้า Airbnb เกิดมาในช่วงเศรษฐกิจดี คงจะไม่ได้เป็น Airbnb อย่างทุกวันนี้ก็ได้ครับ

และแนวคิดของ Airbnb ที่เปิดบ้านให้คนแปลกหน้าเข้ามาพักเพื่อแลกกับเงินเล็กๆน้อยๆก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ หรือที่เรียกกันเก๋ๆในสมัยนี้ว่า Sharing Ecomony นั้นเป็นสิ่งที่มีมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า

ตอนที่ Brian Chesky หนึ่งใน 3 ผู้ก่อตั้งเอาไอเดียไปเล่าให้ปู่ฟังปู่บอกว่า “สมัยปู่หนุ่มๆมันก็เป็นแบบนี้นะ” กลายเป็นว่าไอเดียที่ดูแปลกใหม่ในวันนี้ แท้จริงแล้วกลับเป็นสิ่งธรรมดาสามัญที่ถูกหลงลืมไปตามกาลเวลาเท่านั้นเองครับ

ในช่วงแรก Airbnb มีจุดกำเนิดมาจากความต้องการเงินมาจ่ายค่าเช่าห้อง เลยลงประกาศให้เช่าห้องว่างในอพาร์ทเม้นท์ที่เช่าไว้ในช่วงเทศกาลงานประชุมสัมนาใหญ่ เพราะเป็นช่วงที่โรงแรมเต็มหมดจนผู้มาร่วมงานหาห้องพักได้ยาก จากจุดนั้นเลยทำให้ผู้ก่อตั้งทั้ง 3 คิดว่า กลยุทธ์ของ Airbnb คือการเกาะไปกับงานเทศกาลประชุมหรือสัมนาใหญ่ต่างๆ เรียกได้ว่าที่ไหนมีการประชุมใหญ่จนต้องเกิดภาวะห้องพักในโรงแรมไม่พอ Airbnb จะไปปรากฏตัวที่นั่น

จนผ่านไปซักพักพบว่าไม่จำเป็นต้องมีเทศกาลใดๆ ขอแค่ให้เจ้าของที่พักเอาห้องว่างมาปล่อยให้เช่าและมีคนต้องการก็พอแล้ว

และคำว่า Airbnb ก็มาจากการที่สามผู้ก่อตั้งเอา Air Bed หรือเบาะลมมาใช้แทนที่นอนให้แขกได้นอนพัก ส่วน bnb ก็มาจาก Bed and Breakfast ที่เป็นกฏของเจ้าของบ้านในช่วงแรกว่าจะต้องใช้เบาะลมเท่านั้นให้แขกนอน และต้องเตรียมอาหารเช้าให้แขกด้วย

แต่ผ่านมาไม่นานก็มีผู้ใช้คนนึงที่เป็นศิลปินบอกว่า เค้าอยากจะให้เช่าบ้านทั้งหลังเลยต้องทำอย่างไร เพราะตัวเค้าต้องออกทัวร์คอนเสิร์ตเป็นประจำ ทำให้ไม่ค่อยอยู่บ้าน และตัวเค้าเองก็ไม่มีเวลาทำอาหารเช้าให้แขกด้วย

นั่นเลยเป็นที่มาของการเปลี่ยนแปลงกฏของ Airbnb ในตอนแรก ว่าเจ้าของบ้านต้องอยู่ดูแลแขกด้วยการทำอาหารเช้าให้ กลายเป็นให้แขกหากินเองและสามารถเช่าบ้านทั้งหลังได้ เอาจริงๆตั้งแต่ผมพัก Airbnb มาก็ไม่เคยได้เจอเจ้าของที่พักเลยซักครั้งนะครับ

แถมในช่วงแรก Brian Chesky หนึ่งในสามผู้ก่อตั้งที่ตอนนี้รับหน้าที่ CEO เคยมีแนวคิดว่า นี่มันคือกระแสสังคม และอยากให้คนได้ใช้บริการฟรีผ่าน Airbnb จนอีกสองผู้ก่อตั้งร่วมได้ยินเลยต้องดึงสติเพื่อนกลับมา แล้วบอกว่านี่มันเป็นธุรกิจนะ เราต้องหารายได้จากมันบ้างซิ

โชคดีที่ Chesky เปลี่ยนใจ ไม่อย่างนั้น Airbnb คงกลายเป็นองค์กร NGO ที่ใหญ่ที่สุดในโลกแล้วก็ได้ครับ หรือไม่ก็คงไม่รอดมานานพอและใหญ่ได้อย่างทุกวันนี้ก็ได้ครับ

The Airbnb Story ห้องว่างสร้างธุรกิจหมื่นล้าน

ปัญหาแรกๆของระบบ Airbnb คือไม่สามารถจ่ายเงินผ่านเว็บไซต์ได้ ทำให้แขกที่จะเข้าพักต้องออกไปโอนเงินแล้วเอาหลักฐานมายืนยันที่เว็บ จากนั้นคนของ Airbnb ก็จะตรวจสอบว่าเงินเข้าแล้ว แล้วถึงค่อยโอนไปให้เจ้าของที่พักอีกทีหนึ่ง เรียกได้ว่าเป็นงาน Manual มหาโหดจริงๆครับกับการเป็นคนกลางเรื่องนี้

ในช่วงแรกของการขอเงินจากนักลงทุนนั้น Airbnb ต้องถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยเหยียดหยามว่าใครที่ไหนจะกล้าเปิดบ้านให้คนแปลกหน้าเข้ามานอน มันต้องมีแต่คนเพี้ยนแน่ๆ แต่พอ Airbnb ได้เงินลงทุนก้อนแรกจากบริษัทนักลงทุนชื่อดัง ทำให้หลายบริษัทที่เคยปฏิเสธไปรู้ตัวว่าพลาดไปอย่างแรง และทำให้อีกหลายบริษัทนักลงทุนอยากเข้ามาร่วมด้วยความกระตือรือร้น

เรื่องนี้บอกให้รู้ว่า การจะเริ่มต้นนั้นยาก แต่พอเริ่มต้นได้แล้ว และได้รับการยอมรับจากผู้มีชื่อเสียง ที่เหลือก็จะเป็นเรื่องง่ายมากครับ

และในช่วงแรกที่คุยกันเรื่องหานักลงทุนมาช่วยเรื่องเงินนั้น Chesky หนึ่งในผู้ก่อตั้งที่เป็น CEO ในวันนี้ไม่รู้จักคำว่า Slide Deck สำหรับการนำเสนอผู้ลงทุน หรือไม่รู้จักกระทั่งคำว่า Angle ที่หมายถึงนักลงทุนใจบุญผู้ให้เงินเปล่าและอุทิศตัวช่วย Startup ที่ลงทุนอย่างเต็มที่

แล้วในช่วงที่ก่อนจะได้เงินลงทุนนั้น บรรดาสามผู้ก่อตั้งต้องช่วยกันหาข้าวสารมากรอกหม้อ ถึงขนาดเอากล่องอาหารเช้าซีเรียสมาดัดแปลงใส่ไอเดียขายด้วยการให้เลือกว่าตัวเองอยากเลือกพรรคไหน ด้วยการซื้ออาหารเช้าที่ติดรูปผู้สมัครประธานาธิบดีที่ตัวเองชอบไป เป็นผลให้ทั้งสามสามารถอยู่รอดไปได้อีกช่วงหนึ่ง

แล้วเชื่อมั้ยครับว่าแค่ถ่ายภาพให้สวยขึ้นก็มีลูกค้าพุ่งขึ้นพรวด เพราะในช่วงแรกสามผู้ก่อตั้งได้เข้าไปพบเจ้าของบ้านที่เอาบ้านมาปล่อยให้เช่าใน Airbnb ถึงห้อง หลังจากที่คุยกันและสำรวจบ้านจริงๆก็พบว่าห้องพักของจริงนั้นสวยกว่าในรูปมาก จนเข้าใจว่าปัญหาจริงๆคือเจ้าของบ้านอัพโหลดรูปไม่เป็น และถ่ายภาพไม่เก่ง

ทาง Airbnb เลยลงทุนเอาช่างภาพมืออาชีพมาถ่ายรูปให้ แค่อัพภาพสวยๆขึ้นไปก็มีคนมาใช้บริการแบบพุ่งพรวดเป็นก้าวกระโดดเลยทีเดียวครับ

ในช่วงแรกของการเติบโต Airbnb นั้นใช้กลยุทธ์กาฝาก ฝากโฆษณาผ่าน Craigslist เว็บบอร์ดพูดคุยทุกเรื่องและขายสากกะเบือยันเรือรบที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา (อารมณ์เหมือนเว็บ Pantip บ้านเราครับ) โดยทุกครั้งที่มีคนโพสห้องใหม่ๆบน Airbnb อีกหนึ่งในผู้ก่อตั้ง Nathan Blecharczyk ใช้วิธีเอาห้องในแพลตฟอร์มตัวเองไปโพสที่ Craigslist ควบคู่ด้วย ทำให้ผู้ใช้ Craigslist ค่อยๆเข้ามาที่ Airbnb มากขึ้น และเว็บ Airbnb ก็เป็นที่รู้จักมากขึ้นตามไปด้วย

แล้วรู้มั้ยครับว่า Airbnb นั้นมีระบบอัจฉริยะอยู่เบื้องหลัง เพราะเวลาเราค้นหาห้องพักนั้นแม้จะเสริชหาเมืองเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน หรือที่เรียกว่า Personalization ครับ

โดยระบบ Personalization ในเว็บ Airbnb นั้นจะเลือกแสดงผลลัพธ์ตามพฤติกรรมการเลือกดูและเลือกพักของผู้ใช้แต่ละคน เช่น ถ้าผมชอบนอนที่พักแบบ Modern ผมก็จะเห็นที่พักแบบนี้มากกว่าแบบ Loft ครับ สรุปได้ว่า ชอบนอนแบบไหน Airbnb จะให้นอนแบบนั้นครับ

และมีช่วงนึงที่ Airbnb เคยโดนก๊อปจากบริษัทจอมก๊อปชื่อดัง Rocket Internet เลียนแบบ Airbnb อย่างรวดเร็วแล้วรีบขยายในฝั่งยุโรป เพื่อให้ Airbnb ทนไม่ไหวและยอมซื้อบริษัทที่ก๊อป เหมือนที่หลายบริษัทยอมจ่ายให้ Rocket Internet แต่ Airbnb ไม่ยอมสู้กันจน Rocket Internet ต้องยอมแพ้และเลิกไปเองในที่สุด

ในช่วงแรกของ Airbnb เป็นเป้าหมายของนักเที่ยวงบน้อยที่ต้องการที่พักราคาถูก แต่พอมีคนดังอย่าง Gwyneth Paltrow (คนที่เล่นเป็นแฟนของ Iron man) มาใช้ที่พักใน Airbnb ที่นึงราคาคืนละ 8000 เหรียญ ส่วนอีกที่นึงราคากว่า 10,000 เหรียญ Airbnb เลยได้อัพภาพลักษณ์อัตโนมัติ กลายเป็นแหล่งที่พักดูดีมีสไตล์ของคนรุ่นใหม่ในทันทีครับ

และในช่วงนึง Airbnb ก็โฆษณาด้วยการเปิดรายชื่อที่พักที่เป็น wistlist ของคนดังทั้งหลาย กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ของ Airbnb ในเรื่องนี้นับว่าน่าสนใจมากครับ

และ Airbnb ก็กลายเป็นอีกหนึ่ง Marketing Tool ที่น่าสนใจของนักการตลาดยุคใหม่เช่นกัน ภาพยนต์บางเรื่องก็มาสร้างที่พักในตีมหนังตัวเองใน Airbnb ให้คนได้ลองเข้าไปพัก ที่สำคัญคือได้เป็นข่าวครับ ทำให้ผมคิดถึงเคสที่ได้รางวัลโฆษณา Cannes Lion ที่เอาภาพวาด Van Gogh มาทำเป็นห้องจริงๆให้คนได้เข้าไปลองพัก ลองสัมผัสประสบการณ์แบบ Van Gogh ครับ

แต่ถ้าคุณคิดว่าฐานผู้ใช้และลูกค้าส่วนใหญ่ของ Airbnb นั้นเป็นเด็กวัยรุ่นหรือคนรุ่นใหม่เป็นส่วนใหญ่นั้น ผมบอกได้เลยว่าคุณคิดผิดครับ เพราะฐานผู้ใช้ Airbnb นั้นกว้างขึ้นเมื่อบริษัทโตขึ้น อายุเฉลี่ยของแขกที่เข้าพักนั้นอยู่ที่ 35 ปี และ หนึ่งในสามของกลุ่มอายุนี้นั้นมีมากกว่า 40 ปีด้วยซ้ำ ส่วนอายุเฉลี่ยของเจ้าของบ้านอยู่ที่ 43 ปี แต่กลุ่มเจ้าของบ้านที่เพิ่มมากขึ้นสูงสุดนั้นอยู่ที่ช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไปครับ

เห็นแนวโน้มคนแก่เอาบ้านมาทำ Airbnb มากขึ้น ส่วนนึงก็คงต้องการเงินบำนาญใช้เพิ่ม อีกส่วนก็อาจจะเหงาต้องการเพื่อนคุยก็ได้นะครับ

ที่น่าสนใจในกลุ่มผู้ใช้ที่สูงอายุมากๆของ Airbnb คือ มีคู่รักวัยเกษียณบางคู่นั้นขายบ้านและสมบัติทั้งหมดทิ้ง จากนั้นก็ตระเวนไปพัก Airbnb ทั่วโลกกว่า 125 ที่ ใน 56 ประเทศ

แถม Airbnb ยังก่อให้เกิดธุรกิจและอาชีพใหม่ๆตามมา ไม่ว่าจะเป็นคนที่เข้ามาจัดห้องให้แขกแทนเจ้าของบ้าน หรือบริการ Key Cafe รับฝากกุญแจแทนเจ้าของบ้านให้แขกที่มาเข้าพักตามที่ต่างๆ แม้กระทั่งอาชีพที่ปรึกษาการทำบ้านเช่าผ่าน Airbnb สำหรับกลุ่ม Babyboomer ครับ

เห็นมั้ยครับว่าทำไมกลุ่มเจ้าของบ้านที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปถึงเพิ่มสูงขึ้น

แต่ใช่ว่า Airbnb จะมีแต่เรื่องดี เพราะเรื่องแย่ๆก็เคยมีจนเป็นข่าวดังทั่วโลกเหมือนกัน แต่ก็ต้องถือว่ามีสัดส่วนที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับแขกที่เข้าพักทั่วไป น้อยกว่า 0.1% ด้วยซ้ำครับ

อีกปัญหาของ Airbnb คือการเหยียดเชื้อชาติและสีผิว เพราะพบว่ามีเจ้าของบ้านบางคนเลือกแขกผู้เข้าพัก เลือกที่จะปฏิเสธผู้เข้าพักผิวสีที่จองบ้าน หรือบางคนไม่ใช่แค่ปฏิเสธการจอง แต่ยังส่งข้อความหยาบคายมาด่าด้วย

ในบางพื้นที่ๆ Airbnb ถูกต่อต้าน เช่นในบ้านเราก็เริ่มเห็นกระแสการต่อต้านที่เพื่อนบ้านจะเอาคอนโดหรือบ้านพักมาทำเป็น Airbnb ทางเจ้าของบ้านก็จะบอกแขกที่มาเข้าพักให้บอกเพื่อนบ้านละแวกนั้นว่าเป็นเพื่อนต่างประเทศของเจ้าของบ้านครับ

แต่ที่น่าแปลกคือ คนที่รังเกียจ Airbnb ในบ้านตัวเอง แต่เวลาไปเที่ยวต่างประเทศก็กลับเลือกใช้ Airbnb ซะอย่างนั้น

ส่วนธุรกิจโรงแรมก็ไม่ค่อยแคร์ Airbnb เท่าไหร่ในช่วงแรก เพราะเค้ามองว่าคนพัก Airbnb เป็นคนละกลุ่มกับโรงแรม แถมที่สำคัญแขกที่เข้าพักโรงแรมเดิมก็ไม่ได้ลดลง เพียงแต่ Airbnb ทำให้คนที่ไม่เคยคิดจะเที่ยวนั้นออกมาเที่ยวมากขึ้นครับ โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ที่เป็นคน Gen Y ลงไปอีกด้วย

แถมในปี 2015 ที่ Airbnb เติบโตหนักมาก ทางฝั่งธุรกิจโรงแรมก็มีจำนวนผู้เข้าพักมากสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ดังนั้นจะเห็นว่า Airbnb ไม่ได้มาแย่งธุรกิจโรงแรมที่พัก แต่เข้ามาทำให้เค้กการท่องเที่ยวนั้นใหญ่ขึ้นต่างหากครับ

แต่ธุรกิจโรงแรมในวันนี้ก็เริ่มปรับตัว กลุ่มบริษัทโรงแรมยักษ์ใหญ่บางแห่งเริ่มเข้าซื้อบริษัท Startup ด้านที่พักระยะสั้นที่คล้ายๆ Airbnb ไปเป็นของตัวเอง ส่วนหนึ่งเพื่อเรียนรู้ธุรกิจ อีกส่วนหนึ่งก็เพื่อขยายเข้าสู่กลุ่มลูกค้าใหม่ๆที่แต่เดิมเป็นของ Airbnb คนเดียวครับ

และทั้งหมดนี้ที่เห็นว่า Airbnb เติบโตอย่างยิ่งใหญ่มาตลอด เชื่อมั้ยครับว่า Brian Chesky หนึ่งในสามผู้ก่อตั้งที่เป็น CEO ในวันนี้นั้นไม่เคยมีประสบการณ์บริหารงาน บริหารคน หรือบริหารองค์กรใดๆมาก่อนเลย เรียกได้ว่าเค้าเรียนรู้ที่จะเป็น CEO ก็ที่ Airbnb เป็นที่แรกนี่เลยครับ

และถ้าใครคิดว่า Airbnb น่าจะโตขึ้นอีกไม่มาก เพราะถ้าดูจากมูลค่าบริษัทที่แทบจะใหญ่คับฟ้าแล้ว แต่ในความเป็นจริงยังมีคนอีกมากที่ยังไม่รู้จัก Airbnb และยังมีคนอีกไม่น้อยที่พอจะรู้จักหรือคุ้นหู แต่ยังไม่เคยใช้บริการ Airbnb ด้วยซ้ำ นี่บอกให้รู้ว่า Airbnb ยังมีศักยภาพที่จะโตได้อย่างล้นเหลือบนโลกนี้ครับ

สุดท้ายแล้วต้องถือว่าเป็นโชคดีของ 3 ผู้ก่อตั้ง ที่มีความรู้และประสบการณ์ในธุรกิจที่พักและการท่องเที่ยวเป็นศูนย์ ทำให้ไม่รู้จักข้อจำกัดเดิมของอุตสาหกรรมนี้ จนทำให้สามารถหาทางออกใหม่ๆให้กับปัญหาเดิมๆที่ตัวเองไม่เคยมีกรอบทางความคิดได้

นี่แหละนะที่เค้าว่าจินตนาการสำคัญกว่าความรู้ แต่ก็ต้องมีความรู้เอาไว้ทำให้จินตนาการเป็นจริงเหมือนที่สามผู้ก่อตั้งของ Airbnb ทำให้มันรอดได้ครับ

The Airbnb Story ห้องว่างสร้างธุรกิจหมื่นล้าน

อ่านแล้วเล่า เล่มที่ 51 ของปี 2019

สรุปหนังสือ The Airbnb Story ห้องว่างสร้างธุรกิจหมื่นล้าน
เรื่องราวของเด็กหนุ่มธรรมดาสามคน กับการสร้างธุรกิจหมื่นล้าน ที่เปลี่ยนวิถีการเดินทางของผู้คน และเขย่าอุตสาหกรรมโรงแรมทั้งโลก
Leigh Gallagher เขียน
รัชยา เรืองศรี แปล
สำนักพิมพ์ Nation Books

20190816

อ่านสรุปหนังสือแนว Startup เพิ่มได้ที่ https://www.summaread.net/category/startup/

สนใจสั่งซื้อได้ที่ http://bit.ly/2TXIcY9