ลงทุนแมน 1.0

เป็นหนังสือที่รวมบทความจากเพจดัง “ลงทุนแมน” ที่วันนี้(6/5/2018)มีแฟนเพจเกือบหกแสนคนไปแล้ว เรื่องราวในเพจไม่ต้องอธิบายมากเชื่อว่าหลายคนน่าจะพอรู้ เพราะแค่อ่านชื่อเพจก็เดาได้เลยว่าเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ การลงทุน และตลาดหุ้นแน่ๆ

พอพูดถึงเรื่อง “การลงทุน” โดยเฉพาะ “ตลาดหุ้น” แว๊บแรกในควาามคิดผมคือ “มันต้องโคตรยุ่งยากแน่ๆ” ความคิดว่าอยากจะลองลงทุน อยากลองเล่นหุ้นน่ะมี แต่ที่ยังไม่เคยเริ่มซักทีเพราะคิดว่ามันต้องยากและวุ่นวายแน่ๆ ถ้าการลงทุนมันง่ายเหมือนเดินไปซื้อของเซเว่นได้มั้ยนะ

เช่น ตกบ่ายมีเศษเงินเหลือสองร้อยนิดๆ อยากเดินเข้าไปซื้อหุ้นเซเว่นแทนซื้อขนมจีบกับชาเขียวกินจะได้มั้ย

ผมเชื่อว่าถ้าการลงทุนในตลาดหุ้นมันสะดวกได้แบบนี้ ตลาดหุ้นคงเต็มไปด้วยเงินลงทุนจากคนทั่วไปแน่ๆ

แต่กับเพจนี้และหนังสือเล่มนี้ต่างออกไปจากสิ่งที่ผมคิด เพราะผู้เขียนเจ้าของเพจนั้นทำให้เรื่องราวและข่าวคราวที่เกี่ยวกับบริษัทหรือการลงทุนต่างๆนั้น “ง่ายมากกกกกก”

ถ้าถ้ามว่าง่ายขนาดไหน ก็เอาเป็นว่าขนาดคนไม่มีความรู้และไม่เคยลงทุนอะไรในตลาดหุ้นมาก่อนเลย พออ่านไปซักพักชักคิดอยากจะลองลงทุนกับไว้ดูบ้าง

แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ร้อยสองร้อยเค้าจะรับไว้ร่วมลงทุนด้วยมั้ยนะ

หนังสือเล่มนี้เต็มไปด้วยหลายเรื่องที่ผมถ้าผมไม่ได้ซื้อมาอ่านก็คงไม่รู้ว่า…Pandora บริษัทจิวเวอรี่ระดับโลกชื่อดังนั้น จริงแล้วเป็นบริษัทก่อตั้งในไทย และของทุกชิ้นก็ผลิตขึ้นในไทย เรียกว่าใหญ่เป็นรองแค่ Cartier กับ Tiffany&Co เลยทีเดียว

พอรู้ปุ๊บ ก็เกิดความภูมิใจในความเป็นไทยขึ้นมาปั๊บ

Facebook มีรายได้ค่าโฆษณาเฉลี่ยน 1.60 บาทต่อผู้ใช้หนึ่งคนในแต่ละวัน แต่ด้วยความที่แต่ละวันมีคนใช้เฟซบุ๊กมากกว่า 1.2 พันล้านคน อืมมมม…พวกเรากำลังผลิตเงินให้เฟซบุ๊กด้วยการเล่นอยู่นะครับ

คนที่รวยที่สุดในญี่ปุ่นไม่ใช่เจ้าของใหญ่โตโยต้า หรืออุปกรณ์ไฮเทค เครื่องใช้ไฟฟ้าแต่อย่างใด แต่เป็นเจ้าของหุ้นใหญ่ของ Uniqlo ที่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ต้องมีอยู่ในตู้อย่างน้อยหนึ่งชิ้น

หรือไม่แน่กำลังใส่อยู่เหมือนผมตอนนี้ก็ได้

เพิ่งรู้ว่าบริษัทพฤกษา เข้าสู่ธุรกิจโรงพยาบาลแล้ว

อีกหน่อยคงมีการเปิดตัวโครงการใหม่ ที่อยู่ใกล้โรงพยาบาลของตัวเอง ดีไม่ดีอาจมีโครงการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยของผู้สูงวัยในวันเกษียร ที่ต้องการทั้งการพักผ่อน และการดูแลทางการแพทย์ควบคู่กันไปก็ได้

กินรวบจริงๆ

สตาร์บัคส์ เห็นขายแพงแบบนี้แต่มีกำไรต่อแก้วแค่ 13 เปอร์เซ็นต์เองนะ

เพราะต้นทุนที่แพงที่สุดของสตาร์บัคส์นั้นไม่ใช่ค่ากาแฟ หรือพนักงาน แต่เป็น “พื้นที่” ที่ดีที่สุด ที่เฉลี่ยนแล้วตกแก้วละ 31 บาทเลยทีเดียว

ดังนั้นลูกค้าสตาร์บัคส์ไม่ได้จ่ายค่ากาแฟ แต่กำลังจ่ายค่าวิวดีๆ หรือทำเลที่แสนสะดวกของชนชั้นกลาง และยังทำให้เราอยากไปนั่งอวดสวยหล่อ หรือชมนกชมไม้กันเป็นประจำต่างหาก

Agoda เวปจองโรงแรมยอดนิยม ที่มีรายได้กำไรต่อปีมากกว่า 4 เครือโรงแรมยักษ์ใหญ่ทั้งโลกอย่าง แมริออท, อินเตอร์คอนติเนนตัล, ฮิลตัน และ แอคคอร์ รวมกันซะอีก

4 เครือนี้มีกำไรรวมกัน 62,446 ล้านบาท แต่บริษัทเจ้าของ Agoda บริษัทเดียวมีกำไรมากกว่า 75,000 ล้านบาท

กำไรมากกว่า แถมยังไม่ต้องมีห้องพักของตัวเองซักห้อง

บ้านไร่กาแฟที่กำลังจะดัง ต้องวูปดับเพราะ JET ขายปั๊มให้ ปตท

ในช่วงแรกร้านกาแฟ “บ้านไร่กาแฟ” มีสาขามากกว่าร้านกาแฟอเมซอนพอสมควร เพราะบ้านไร่กาแฟเลือกที่จะจับมือกับปั๊ม JET ในการเปิดสาขาคู่กัน

แต่มาวันนึง JET ขายปั๊มให้ ปตท ก็เลยโดนเขี่ยออกแล้วแทนที่ด้วย Amazon แบบง่ายๆ ร้อยกว่าสาขาในปั๊มหายไปทันตา และยอดขายก็ไม่เคยหวนกลับคืนมาเท่าเดิมได้เลย

ที่น่ากลัวต่อจากนี้คือ 7Eleven ในคล้องแขนไปเปิดคู่กับ ปตท. แทบทุกปั๊ม ลำพังสาขาในปั๊ม ปตท ก็มีพันกว่าสาขาแล้ว

ลองคิดดูซิว่าถ้าวันนึง ปตท. อยากเอาร้าน Jeffy ของตัวเองมาแทนที่ 7Eleven ทั้งหมด ก็คงสนุกไม่น้อย

เหมือนที่ 7Eleven เองก็ค่อยๆเขี่ยสินค้าคนอื่นออกจากร้านไป แล้วแทนที่สินค้าของตัวเองเข้ามาแทนที่เรื่อยๆเหมือนกัน

กรรมใครกรรมมันก็ว่าได้

ยอดขายโค้กตก เพราะวัยรุ่นติดเน็ต

อาจฟังดูไม่เกี่ยวแต่กลับเกี่ยวกันอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะเมื่อมองผลประกอบการของโค้กย้อนหลังไปพบว่า กำไรของโค้กที่เคยเพิ่มขึ้นตลอดกลับค่อยๆลดลงตามแนวโน้มดิจิทัลไลฟ์สไตล์ที่มากขึ้น

ปัญหามาจากปกติโค้กเป็นของที่คนจะซื้อกินเวลาอยู่นอกบ้าน เวลาไปกินข้าวนอกบ้าน เวลาออกไปเดินห้าง

พอวัยรุ่นออกนอกบ้านน้อยลง หรือคนสั่งอาหารมากินที่บ้านผ่าน Lineman, UberEat หรือแพลตฟอร์มอื่นๆ ก็ทำให้โค้กที่เคยเป็นตัวเลือกแรก กลายเป็นไม่อยู่ในตัวเลือกเหมือนเดิมอีกต่อไป

โค้กจะปรับตัวยังไงต่อ เป็นอะไรที่น่าสนใจที่ต้องตามต่อไป

แว่นท็อปเจริญ จริงๆแล้วต้นทุนสินค้าต่ำมาก ถ้าราคาขาย 100 ต้นทุนอยู่ที่ 24 บาท เหลือกำไร 4 บาท ที่เหลือเป็นค่าการขาย ค่าการตลาดทั้งนั้น

ไม่ต้องแปลกแล้วต่อไปนี้ ว่าทำไมถึงมีโปรซื้อหนึ่งแถมสอง ซื้อสองแถมสี่ ได้ทั้งปี

สุดท้ายและท้ายสุด ซีอิ้วตราเด็กสมบูรณ์

เห็นเชยๆไม่ค่อยมีโฆษณาเปรี้ยงปร้างแบบนี้ ยอดขายต่อปีทั้งบริษัทรวมแล้วกว่า 5,000 ล้านเลย

เสือนอนกินจริงๆ มิน่าถึงชื่อ “เด็กสมบูรณ์” ก็นอนกินจนอ้วนพลีเงียบๆนี่เอง

ประมาณนี้ก่อนแล้วกันครับ กับ ลงทุนแมน 1.0 ยังมีเล่มที่ 2 รอผมอยู่ที่บ้าน คงต้องได้หยิบมาอ่านเร็วๆนี้แน่

อ่านจบก็รู้สึกว่า อยากจะลองลงทุนดูซักหน่อย เป็นหนังสือที่กระตุ้นให้อยากลองลงทุนดูเล่นๆบ้างจริงๆครับ

อ่านแล้วเล่า เล่มที่ 55 ของปี 2018

หนังสือลงทุนแมน 1.0
ลงทุนแมนเขียน
สำนักพิมพ์ซีเอ็ด

20180505