Japan Success ธุรกิจสำเร็จได้ด้วยใจรัก

โดย พิชารัศมิ์ Marumura ถ่ายทอดเรื่องราวของการทำธุรกิจด้วยใจรักผ่าน 16 บริษัทที่ดีของญี่ปุ่น..

เมื่อพูดถึงคำว่า “ธุรกิจ” หรือ “บริษัท” คนส่วนใหญ่มักนึกถึงภาพองค์กรที่แสวงหาผลกำไร ซึ่งก็ไม่ผิดครับเพราะธุรกิจคือการหาเงินเข้ามาเพื่อหล่อเลี้ยงให้ธุรกิจเติบโตอยู่รอดได้ในการแข่งขันของตลาด เพียงแต่บริษัทส่วนใหญ่มักจะแสวงหากำไรไปในทางที่คิดถึงแต่ตัวเอง ไม่ได้คิดถึงสังคมคนรอบข้างหรือแม้แต่พนักงานด้วยซ้ำ ก็เลยทำให้ผมนึกถึงชาวบังกลาเทศคนนึงที่ชื่อ ยูนุส

เค้าได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์จากการก่อตั้ง กรามีน หรือธนาคารจนคน และกลายเป็นต้นแบบของ “ธุรกิจเพื่อสังคม” ให้กับหลายๆประเทศทั่วโลก

กลับมาที่ 16 บริษัทที่ดีของญี่ปุ่นนี้ มีทั้งบริษัทที่คุ้นหูและหลายบริษัทก็ไม่คุ้นเอาเสียเลย แต่พอได้อ่านดูก็จะพบเรื่องราวและแนวคิดที่น่าทึ่งเพราะทุกบริษัทเริ่มจากการคิดเพื่อผู้อื่นหรือสังคมคนรอบข้างก่อนจะมาสู่ผลกำไร เพราะบริษัทเหล่านี้มีแนวทางเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมายว่า ถ้าสังคมอยู่ได้เราก็อยู่รอด ถ้าสังคมพัฒนาเราก็จะเจริญ..

ถามจริง บริษัทที่คุณเคยอยู่มาทั้งชีวิตมีบริษัทไหนบ้างที่มีแนวคิดแบบนี้..

ผมขอนำเนื้อหาบางส่วนมาเล่าให้ตัวเองเก็บไว้อ่านในวันหน้า

ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าทุกคนต่างมี “คุณค่าในการมีชีวิตอยู่” ซ่อนอยู่ ภาษาญี่ปุ่นเรียกสิ่งนี้ว่า “อิคิไก” (ikigai) หรือพูดง่ายๆก็คือ เหตุผลที่คุณลุกขึ้นมาในยามเช้าเพื่อที่จะมีความสุขกับการใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย

“อิคิไก” นั้นคือความสมดุลระหว่างองค์ประกอบ 4 อย่าง

1. สิ่งที่คุณรัก หรือมีความสุขที่จะทำ

2. สิ่งที่โลกใบนี้ต้องการ

3. สิ่งที่สร้างรายได้ให้เรา

4. สิ่งที่เราทำได้ดี

“อิคิไก” เป็นจุดร่วมของ Passion, Mission, Vocation และ Profession

เราไม่เพียงแต่ทำเพื่อตัวเอง และเรายังได้ทำเพื่อผู้อื่นไปพร้อมๆกัน นั่นแหละคือสิ่งสำคัญของการมีชีวิตอยู่ เราน่าจะย้อนกลับมาถามตัวเราเองว่าทุกวันนี้เราทำไปเพื่ออะไร? สิ่งที่เราทำมีความหมายยังไงกับสังคมบ้าง? หรือเราต้องการเพียงแค่หาเงินเพื่อมาหล่อเลี้ยงชีวิตเราอย่าหรูหราฟู่ฟ่าเท่านั้นพอ?

เล่มนี้เป็นการเขียนสรุปให้ตัวเองแบบไม่เยอะ เพราะหลักการสำคัญของเล่มนี้สั้นกระชับและเข้าใจง่าย เพียงแต่สิ่งที่หนักในเล่มคือเคสตัวอย่างมากมายเพื่อให้เราเห็นว่า บริษัทใหญ่ๆทั้งหลายที่เรารู้จักอย่าง Honda, Panasonic และ Uniqlo ก็ยังใช้หลักการนี้ในการสร้างองค์กรให้คนรู้จักได้ทั่วโลก ถ้าได้อ่านก็จะรู้ว่ามันไม่ใช่แค่หลักการโลกสวย เพราะถูกพิสูจน์มาแล้วกว่า 16 บริษัท และผมคิดว่ายังคงมีอีกหลายร้อยหลายพันบริษัทที่ไม่ถูกพูดถึงในเล่มนี้