Animal Spirits เศรษฐศาสตร์สัญชาตญาณสัตว์

สรุปหนังสือ Animal Spirits หรือ เศรษฐศาสตร์สัญชาตญาณสัตว์เล่มนี้บอกให้รู้ว่า แท้จริงแล้วมนุษย์เรานั้นไม่ได้เป็นสัตว์ที่มากด้วยเหตุผลอย่างที่คิด และปัญหาเศรษฐกิจใหญ่ๆทั้งหลายก็ล้วนแต่เกิดจากสัญชาตญาณสัตว์ของเราทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นความกลัว ความโลภ หรือแม้แต่การปล่อยให้ภาพลวงตาชี้นำความคิด ที่แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ยังพลาดได้

หนังสือเล่มนี้เลยเป็นหนังสือว่าด้วยวิชาความรู้ในแง่เศรษฐศาสตร์ ที่อาจจะมีศัพท์เทคนิควิชาการผสมปนเข้ามาบ้าง อาจอ่านไม่สนุกนักสำหรับคนทั่วไป แต่ถ้าสำหรับนักเศรษฐศาสตร์ หรือคนที่กำลังศึกษาและสนใจในเรื่องนี้ น่าจะอ่านสนุกและได้แง่คิดดีๆไปก็ไม่น้อยครับ

เพราะจริงๆแล้วเศรษฐศาสตร์นั้นไม่ใช่เรื่องของแค่ใครบางกลุ่มที่เป็นนักการเงิน หรือนักเศรษฐศาสตร์เท่านั้น แต่เศรษฐศาสตร์นั้นเป็นเรื่องของคนทุกคนบนโลกที่ต้องดิ้นรนหาเงินเพื่อปากท้อง หรือถ้าพูดให้ดีขึ้นก็คือวิชาที่ว่าด้วยการเลือก การตัดสินใจ เลือกว่าจะใช้ทรัพยากรที่มีไปกับอะไรที่จะให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดครับ

แล้วแต่ไหนแต่ไรมาบรรดานักวิชากร หรือนักเศรษฐศาสตร์ทั้งหลายก็ชอบคิดว่า มนุษย์เรานี้เป็นสัตว์ประเสริฐมากด้วยเหตุผล นักวิชาการทั้งหลายมักเชื่อว่าทุกการตัดสินใจของมนุษย์เรานั้นล้วนผ่านการคิดและตรึกตรองมานักต่อนักครับ

แต่ในชีวิตจริงแล้วนั้นช่างเป็นเหมือนหนังคนละม้วน เพราะมนุษย์เราล้วนใช้อารมณ์เป็นตัวนำ และใช้เหตุผลเข้ามาสนับสนุนอารมณ์นั้นเป็นประจำครับ เหมือนที่หนังสือเศรษฐศาสตร์สัญชาตญาณสัตว์เล่มนี้บอกให้รู้ว่า แท้จริงแล้วระบบเศรษฐกิจในระดับมหภาค หรือแม้แต่ระดับโลกนั้นล้วนถูกสัญชาตญาณสัตว์ชี้นำทั้งนั้นครับ

เอาง่ายอย่างตอนที่เศรษฐกิจอเมริกาล่มล่าสุดในช่วงวิกฤต Hamburger Crisis ที่เกิดจากฟองสบู่อสังหา ที่ผู้คนต่างเชื่อกันว่าราคาบ้านทั้งหลายจะเพิ่มขึ้นไม่มีลง จนในที่สุดเมื่อฟองสบู่แตกก็ทำให้เกิดสถาบันทางการเงินยักษ์ใหญ่ล้มขึ้นมา เชื่อมั้ยครับว่าสาเหตุสำคัญของวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2008 นี้คือเริ่มจากที่บรรดาบริษัทจัดอันดับสินเชื่อต่างให้ความน่าเชื่อถือในระดับ AAA ให้กับกองทุนหนี้สินเหล่านี้ครับ

เพราะบรรดาบริษัทจัดอันดับกลัวว่า ถ้าตัวเองไม่ให้ AAA ลูกค้าก็จะไปจ้างบริษัทคู่แข่งเป็นคนให้คะแนน สุดท้ายในเมื่อลูกค้าต้องหาคนที่ให้ AAA จนได้ แล้วทำไมคนๆนั้นถึงไม่เป็นบริษัทเราแต่แรกจริงมั้ยครับ

นี่แหละครับจุดสำคัญของวิกฤตการเงินโลกเมื่อปี 2008 ที่เป็นสัญชาตญาณสัตว์ของความโลภแบบที่มนุษย์ผู้มีเหตุและผลจะไม่ทำจริงมั้ยครับ

หรือสัญชาตญาณสัตว์ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจระดับประเทศที่เม็กซิโก สมัยก่อนมีอดีตประธานาธิบดีคนหนึ่งออกมาประกาศว่า ประเทศเม็กซิโกนั้นมีน้ำมันสำรองมากมาย จนทำให้เกิดกระแสความเชื่อมั่นกันถ้วนหน้า ที่ส่งผลให้เศรษฐกิจของทั้งประเทศโตวันโตคืนครับ

จนเมื่อเวลาผ่านไปหลายสิบปี และประธานาธิบดีคนนั้นก็ออกจากตำแหน่งไปนานแล้ว พอมีการสำรวจอย่างเป็นทางการจนพบว่า แท้จริงแล้วประเทศเม็กซิโกไม่ได้มีน้ำมันสำรองอะไรมากมายเลย แต่เชื่อมั้ยครับว่าคนส่วนใหญ่ในประเทศเม็กซิโกกลับไม่คิดแบบนั้น นั่นก็เพราะสัญชาตญาณสัตว์เราเชื่อในข่าวลวงที่เราอยากเชื่อมานานมากแล้วครับ

และในเรื่องความเชื่อมั่นจากสัญชาตญาณสัตว์นี้เหมือนกัน บางครั้งก็ส่งผลดีให้เศรษฐกิจและชุมชนฟื้นกลับมาอีกครั้งได้ เพราะหลังพายุถล่มครั้งใหญ่ที่อเมริกา ถ้าหากผู้คนไม่เชื่อเหมือนกันว่าเพื่อนบ้านตัวเองจะกลับมาซ่อมแซมบ้านเพื่อกลับมาอยู่อาศัยเหมือนเดิมอีกครั้ง ก็จะไม่มีใครกล้าซ่อมแซมบ้านเพื่อกลับมาอยู่ตัวคนเดียว ก็จะส่งผลให้เมืองนั้นไม่สามารถฟื้นคืนเดิมได้อีกเลยครับ

เป็นยังไงครับ เห็นพลังของความเชื่อมั่นที่ดูไม่มีเหตุผล แต่กลับมีเหตุผลแบบสัญชาตญาณสัตว์แล้วหรือยัง

หรืออีกหนึ่งสัญชาตญาณสัตว์ของมนุษย์เราที่ดูไม่มีเหตุผลมากๆ อย่างเรื่องการยอมทำร้ายตัวเองเพื่อลงโทษหรือเอาคืนคนอื่น อย่างการทดลองที่พบว่าคนส่วนใหญ่ยอมเสียเงินเพื่อลงโทษคนที่โกง

ถ้าคิดแบบมนุษย์ที่มีเหตุและผล การต้องเสียเงินตัวเองเพื่อความสะใจโดยที่ไม่ได้ผลตอบแทนอะไรที่เป็นรูปธรรมกลับมา ก็ไม่น่าจะเป็นตัวเลือกที่คนส่วนใหญ่ทำจริงมั้ยครับ

แต่อย่างที่บอกว่ามนุษย์เรานั้นล้วนถูกผลักดันด้วยสัญชาตญาณสัตว์โดยไม่รู้ตัว จากการสแกนสมองยังพบว่าพอเราได้ลงโทษคนที่โกงและแม้จะต้องเสียเงินตัวเองก็ตาม แต่สมองในส่วนความสุขกลับสว่างวาบขึ้นมาด้วยแหละครับ

และในเรื่องความยุติธรรมแบบสัญชาตญาณสัตว์นี้ก็ยังมีเรื่องที่น่าสนใจ เพราะคนเรานั้นยอมจ่ายให้เบียร์ที่ราคาแพงกว่าปกติ ถ้าเบียร์นั้นขายในโรงแรมหรู แต่กลับกันถ้าเป็นร้านค้าธรรมดาริมชายหาดที่เลือกตั้งราคาขายเท่าเบียร์ในโรงแรมนั้น จะถูกคนมองว่าเป็นการตั้งราคาที่ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลยครับ

และในเรื่องการตั้งราคาในใจของมนุษย์เรานี้ก็ยังน่าแปลก ตรงที่ว่าถ้าออฟฟิศที่ตกแต่งไม่สวย จะส่งผลให้พนักงานเรียกเงินเดือนสูงขึ้นกว่าออฟฟิศที่ตกแต่งสวยกว่า

ดังนั้นคุณจะลงทุนในการแต่งออฟฟิศ หรือจะลงทุนในเงินเดือนพนักงาน เลือกเอาครับ

และสัญชาตญาณในเรื่องงานนั้นยังไม่จบเท่านี้ เพราะยังพบอีกว่าถ้าช่วงไหนมีกระแสว่าคนตกงานเยอะ หรือคนว่างงานมาก จะส่งผลให้อัตราการลาออกนั้นต่ำกว่าช่วงปกติด้วยครับ เพราะคนจะคิดว่าตัวเองช่างโชคดีที่มีงานทำ นี่แหละครับผลจากสัญชาตญาณสัตว์แบบมนุษย์เราครับ

และแม้แต่การขอคำปรึกษาเพื่อนร่วมงานในออฟฟิศก็ยังมีสัญชาตญาณสัตว์อยู่เบื้องหลัง ตรงที่ว่าคนส่วนใหญ่ไม่กล้าขอคำแนะนำจากคนที่เก่งกว่า แต่มักจะไปขอคำแนะนำจากคนที่มีความรู้ความสามารถเท่าๆกันครับ

ทำให้หลายครั้งปัญหาที่ใหญ่เกินตัวแต่แรก กลับไม่ได้รับคำตอบที่ดีหรือมีประโยชน์พอ เพราะความกลัวไม่กล้าไปขอคำแนะนำจากคนที่เก่งกว่า เพราะสัญชาตญาณสัตว์บอกเค้าว่า เราไม่มีอะไรไปแลกเปลี่ยนให้กับคำแนะนำจากคนเก่งกาจอย่างเค้า นอกจากได้แค่พินอบพิเทาพูดจาไพเราะเวลาเข้าไปหาครับ

และเชื่อมั้ยครับว่ากรอบความคิดเรื่องการล้มละลายของคนแต่ละชาติ นั้นส่งผลต่อนิสัยการออมเงินของคนในชาติด้วยนะครับ

เหมือนระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน ที่สหรัฐมองว่าการล้มละลายไม่ใช่เรื่องน่าอาย เลยส่งผลให้คนใช้เงินจนเป็นหนี้แล้วก็ปล่อยให้ฟ้องล้มละลาย ส่งผลให้คนอเมริกามีอัตราการออมเงินที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับจีนที่มองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องน่าอายมากๆครับ คนจีนเลยมีอัตราการออมเงินที่สูงอันดับต้นๆของโลกก็ว่าได้ครับ

เช่นเดียวกันในเรื่องการออมเงิน เชื่อมั้ยครับว่าคนเราขี้เกียจมาก มากขนาดว่าให้กรอกใบสมัครเข้ากองทุนออมเงินที่จะได้ฟรีส่วนนายจ้างก็ยังไม่ยอมทำ แม้จะใช้เวลาแค่ครึ่งทั่วโมงเท่านั้น ที่จะส่งผลสำคัญต่อชีวิตเค้าในระยะยาวครับ

แต่รู้มั้ยครับว่าทางแก้ก็ง่ายมากเช่นกัน บางประเทศเลือกตั้งให้คนเข้าร่วมกองทุนออมเงินอัตโนมัติหลังจากผ่านโปรแล้ว ส่วนถ้าใครไม่อยากก็ค่อยมาขอติ๊กออก ง่ายๆเท่านี้ส่งผลให้อัตราการออมเงินของประชากรเพิ่มสูงขึ้นเป็น 75% ทีเดียวครับ

และรู้มั้ยครับว่าบัตรเครดิตนี่กระตุ้นสัญชาตญาณสัตว์ในการใช้เงินของเรามาก มากขนาดที่ว่าแค่เห็นภาพก็มีแนวโน้มจะใช้เงินมากขึ้นแล้ว และพอทดลองให้ประมูลตั๋วชมกีฬาก็พบว่า กลุ่มที่ประมูลด้วยบัตรเครดิตนั้นยอมจ่ายมากกว่ากลุ่มที่ใช้เงินสดถึง 60-110% ทีเดียวครับ

รู้แบบนี้แล้วรีบทิ้งบัตรเครดิตไป หรือรับฝังไว้ให้ไกลตัวเลยนะครับ

และใจความสำคัญของหนังสือเล่มนี้ก็ทำให้ผมเข้าใจแนวคิดของเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเสรีได้ภายใน 2 บรรทัด ตรงที่ว่า ในระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเสรีนั้นคุณจะมีของให้เลือกนับพันรายการ นี่เป็นข้อดีเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจแบบอื่นที่ควบคุมคน แต่ในขณะเดียวกันบรรดาของพันรายการที่มีให้เลือกก็ใช่ว่าจะมีแต่ของที่ดีต่อเราเท่านั้น เพราะแม้แต่ของแย่ๆแต่ถ้าเราต้องการ เศรษฐกิจทุนนิยมเสรีก็จะจัดหามาให้เราเช่นกันครับ

ดังนั้นแนวทางเศรษฐกิจที่ดีก็คงหนีไม่พ้นของ John Maynard Keynes ที่บอกว่ารัฐควรทำหน้าที่เหมือนพ่อแม่ที่เดินทางสายกลาง ปล่อยให้ลูก(ประชาชน)มีอิสระที่จะเลือกได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ต้องไม่ลืมที่จะกำกับแนวทางที่จะไม่ปล่อยให้ลูกเลือกตามใจจนเสียคนด้วย

อ่านแล้วเล่า เล่มที่ 54 ของปี 2019

สรุปหนังสือ Animal Spirits เศรษฐศาสตร์สัญชาตญาณสัตว์
นี่คือทฤษฎีเศรษฐศาสตร์แขนงใหม่ที่จำเป็นในโลกยุคปัจจุบัน
George A. Akerlof และ Robert J. Shiller เขียน
แอลสิทธิ์ เวอร์การา แปล
สำนักพิมพ์ มติชน

20190828

อ่านสรุปหนังสือแนวเศรษฐศาสตร์ต่อ > https://www.summaread.net/category/economy/

สนใจสั่งซื้อได้ที่ > https://thailand.kinokuniya.com/bw/9789740205814